อัคราฯสู้คดี ขออุทธรณ์เยียวยาชาวบ้าน 382 ราย วงเงิน 50 ล้านบาท

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

25 มีนาคม 2569

อัคราฯสู้คดี ขออุทธรณ์เยียวยาชาวบ้าน 382 ราย วงเงิน 50 ล้านบาท

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ หัวหน้าผู้จัดการทั่วไป บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีศาลมีคำพิพากษาให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน 382 ราย จากผลกระทบการทำเหมืองแร่ทองคำที่ยาวนานกว่า 20 ปี โดยครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพและจิตใจ ว่า บริษัทเคารพคำตัดสินของศาล แต่ขอสงวนสิทธิในการมีความเห็นต่าง และเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายในกรอบเวลา 30 วัน โดยมั่นใจว่ามีข้อโต้แย้งที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ในกระบวนการพิจารณาคดี บริษัทได้นำเสนอหลักฐานทั้งพยานบุคคล เอกสาร และผู้เชี่ยวชาญอย่างครบถ้วน เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าศาลให้น้ำหนักกับประเด็นความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นหลัก ขณะที่ข้อเท็จจริงทางวิชาการบางส่วนอาจยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเพียงพอ

นายเชิดศักดิ์ ยืนยันว่า การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามมาตรฐาน และ “ดีกว่าขั้นต่ำ” (minimum) ในหลายด้าน รวมถึงมีมาตรการเพิ่มเติมโดยสมัครใจ พร้อมระบุว่า พนักงานของบริษัทกว่า 90% เป็นคนในพื้นที่ หากกิจการก่อผลกระทบจริง ย่อมส่งผลต่อครอบครัวของพนักงานเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทเชื่อว่า “ไม่มีทางเกิดขึ้น”

สำหรับประเด็นการเรียกร้องเงินเยียวยา ระบุว่า ก่อนมีคำพิพากษา มีกลุ่มผู้เรียกร้องประมาณ 382 ราย เสนอให้จัดตั้งกองทุนวงเงิน 50 ล้านบาท แต่ไม่มีรายละเอียดแผนบริหารจัดการเงินอย่างชัดเจน ซึ่งศาลก็ได้ตั้งข้อสังเกตในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน

ทั้งนี้ ยังมองว่าหลักเกณฑ์การเยียวยาตามคำพิพากษาสำหรับการเยียวยา แบ่งตามระดับการปนเปื้อนในร่างกายและอายุ ได้แก่ ผู้ที่ตรวจพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน อายุต่ำกว่า 15 ปี ได้รับรายละ 200,000 บาท และอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับรายละ 100,000 บาท ส่วนผู้ที่ตรวจพบสารโลหะหนักไม่เกินค่ามาตรฐาน อายุต่ำกว่า 15 ปี ได้รับรายละ 100,000 บาท และอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับรายละ 50,000 บาท โดยที่ไม่จำแนกสาเหตุ อาจสะท้อนภาพรวมที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต้องเผชิญในอนาคต

ในด้านข้อมูลสุขภาพ บริษัทระบุว่า ได้อ้างอิงผลตรวจทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2558-2559 ซึ่งพบว่าค่าการปนเปื้อนโลหะหนักของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน บางรายเกินมาตรฐาน บางรายต่ำกว่ามาตรฐาน หรือไม่มีเลย โดยชี้ว่าโลหะหนักสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และอาจพบได้ในคนทั่วไป แม้ไม่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัท

อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันจะเดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริง และยกระดับการดำเนินงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยย้ำว่าหลักสำคัญคือการดำเนินงานให้ “ดีกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ” ต่อไป