ไล่หักขามิจฉาชีพ! “ธปท.” ทุบ “บัญชีม้า” ปิดแล้ว 2.8 ล้านบัญชี

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

19 กันยายน 2568

ไล่หักขามิจฉาชีพ! “ธปท.” ทุบ “บัญชีม้า” ปิดแล้ว 2.8 ล้านบัญชี

วันนี้ (19 ก.ย.68) ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ทศวรรษที่ผ่านมา การเงินดิจิทัลของประเทศไทย มีพัฒนาการค่อนข้างก้าวกระโดด เห็นได้ชัดจากระบบการพัฒนาการชำระทางการเงิน โดยเฉพาะพร้อมเพย์ มีประชากรใช้กว่า 70% มีการใช้ธุรกรรมกว่า 76 ล้านราย ยอดการโอนเฉลี่ยต่อวันสูงกว่า 144 พันล้านบาท

แต่การพัฒนาบริการต่างๆ เหล่านี้ ก็มาพร้อมกับความท้าทายกับภัยการเงินที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นไม่ใช่เฉพาะในไทย แต่มีปัญหาทั่วโลก 

โดยปี 2565 เป็นต้นมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 1 ล้านราย มูลค่าความเสียหายเกือบ 9.8 หมื่นล้านบาท ธปท. ซึ่งได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและนอกภาคการเงิน ในการเสริมสร้างระบบการจัดการการเงินให้เข้มแข็งทั้งระบบมาอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งได้จัดการกับบัญชีม้าไปแล้วกว่า 2.8 ล้านบัญชี อีกทั้งยอดความเสียหาย กรณีโดนหลอกให้โอนเงินเอง ในช่วงกลางปี 2568 ลดลงเหลือ 5,651 ล้านบาท เทียบกับจำนวน 8,950 ล้านบาท เมื่อกลางปี 2567

การแก้ปัญหาก็มีความท้าทายไม่น้อยเห็นได้ชัดปัญหาที่เกิดขึ้นจากมาตรการระงับธุรกรรมทางการเงิน เพื่อจัดการปัญหาบัญชีม้า พบว่าการดำเนินการสืบหาต้นตอของปัญหาด้วยการใช้วิธีต่อเส้นทางการเงิน ตาม พ.ร.ก.ไซเบอร์ ที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยกักเงินของผู้เสียหาย มีผลกระทบต่อผู้สุจริตเป็นวงกว้างมากกว่าที่คาดไว้

ธปท. จึงได้ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและกลับบ้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) และภาคีที่เกี่ยวข้องเร่งปรับกระบวนการ โดยให้มีการปลดระงับธุรกรรมให้ทำได้เร็วขึ้น และกำลังจะปรับปรุงกลไกลดผลกระทบของผู้สุจริตให้ทำได้ภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อช่วยลดความกังวล และสร้างความมั่นใจของประชาชน

เนื่องจากหากประชาชนโดนมิจฉาชีพหลอกลวงเงิน ทำให้เงินหายไวขึ้นและตามยากขึ้น จากข้อมูลชี้ว่าเงินกว่า 50% ที่ถูกโอนออกไปภายใน 3 นาที ในขณะที่เหยื่อใช้เวลาเฉลี่ย 18 ชั่วโมงกว่าจะรู้ตัวและแจ้งความ ทำให้สถาบันการเงินต้องแข่งกับเวลาเป็นอย่างมาก

“แม้ดิจิทัลไฟแนนซ์จะสร้างความสะดวก สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเศรษฐกิจ แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงทางด้านการเงินเป็นภัยคุกคามประชาชน”

อย่างไรก็ตาม การจะสร้างสมดุล เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างมั่นใจ ต้องพึ่งอย่างน้อย 3 องค์ประกอบด้วยกัน คือ 1.เทคโนโลยี 2.กรอบการกำกับดูแล 3.ข้อมูลการสร้างแรงจูงใจที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ การจะให้การเงินดิจิทัลไปได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องควบคู่ไปด้วย กับการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อวางกติกา เพื่อสร้างรั้วป้องกันความเสี่ยงจากเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงไปพร้อมๆ กัน