ธปท.ตั้งเป้าให้ไลเซนส์ “บิ๊กธุรกิจ” ตั้งแบงก์ไร้สาขา 3 ราย
ต้นกุมภาฯ อีจัน
20 กันยายน 2567

วันนี้ (20 ก.ย.67) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารไร้สาขาตั้งแต่ 20 มี.ค.67 และจะปิดรับสมัครในวันที่ 19 ก.ย.67 โดยแบงก์ชาติมีเกณฑ์คัดเลือกผู้สมัครสามารถให้บริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากกระแสข่าวที่มีกลุ่มธุรกิจที่ออกมายอมรับว่าได้ยื่นจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ บางส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นกลุ่มทุนใหญ่จะเกิดภาวะเรื่องการครอบงำตลาดหรือไม่ และเกณฑ์การคัดเลือกของ ธปท.จะเป็นอย่างไร
“ธปท.มีเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครอาจเป็นกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็กผสมกัน ซึ่งสิ่งที่อยากเห็นอย่างแรกคือสามารถให้บริการที่เป็นรูปแบบใหม่ๆ ไม่อยากได้รูปแบบเดิมเพราะมีอยู่แล้ว จึงอยากได้รูปแบบใหม่ที่ทำให้ประชาชนรับบริการได้”น.ส.ชญาวดีกล่าวกล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น
น.ส.ชญาวดีกล่าวกล่าวว่า ซึ่งไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องเงินกู้แต่พูดถึงการให้บริการทางการเงิน อย่างเวอร์ชวลแบงก์จะมีข้อมูลค่อนข้างเยอะ ดังนั้น ประชาชนสามารถรับบริการที่แบงก์ช่วยบริหารจัดการเงินออม เงินลงทุนของประชาชนได้ จากปกติมีเพียงลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งถึงจะใช้บริการได้ และอยากเห็นการให้บริการที่ยั่งยืนสามารถดูแลลูกค้า และมีความมั่นคง โครงสร้างบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี
นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่อยากเห็นคือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพิ่มความเสี่ยงให้กับระบบมีการเอื้อกันก็ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งหลักๆ ธปท.จะดูการให้บริการ การนำเทคโนโยยีมาใช้ และการบริหารความเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมา ธปท.ต้องการให้ใบอนุญาตตั้งเวอร์ชวลแบงก์ 3 ราย แต่กระทรวงการคลังต้องการให้มีการจัดตั้งมากกว่านั้น น.ส.ชญาวดีกล่าวว่า ในแง่การบริหารจัดการ และด้านการแข่งขัน เวอร์ชวลแบงก์อาจเป็นแบงก์ที่ทำให้ประชาชนกลุ่มที่ก่อนหน้านี้เข้าไม่ถึงระบบการเงิน สามารถเข้าถึงได้ มีการนำเงินไปฝากและทำธุรกรรมที่แบงก์
ดังนั้น ความปลอดภัย หากมีเวอร์ชวลแบงก์มากเกินไปอาจเป็นความเสี่ยงได้ เพราะเป็นช่วงแรกการดำเนินงาน เพราะมีบางประเทศที่ประสบความสำเร็จ และมีบางประเทศเกิดปัญหา ธปท.จึงอยากให้เริ่มที่จำนวนไม่เยอะ ขณะที่เป็นของใหม่ต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน ถ้าเป็นจำนวนที่ดูแลได้ดีน่าจะปลอดภัย เพราะนี่คือประโยชน์สูงสุด
“อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากการจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ไปได้ด้วยดี ธปท.ไม่ได้บอกว่าจะหยุดอยู่แค่ตรงนี้ ซึ่ง ธปท.ไม่ได้มีมุมมองแตกต่างจากกระทรวงการคลัง แต่เพียงเวลาของการจัดตั้งว่าจะมีกี่แห่งต้องเป็นเรื่องของความเหมาะสม”น.ส.ชญาวดีกล่าว

น.ส.ชญาวดีกล่าวกล่าวว่า เมื่อคัดเลือกผู้ให้บริการได้แล้ว ในการเข้าไปดูการจัดตั้งธนาคารไร้สาขานั้น คณะกรรมการจะมีเกณฑ์ที่ต้องเข้าไปติดตามใกล้ชิด จะเป็นเกณฑ์ที่จะดูว่าผู้ให้บริการได้นำเทคโนโลยีไปใช้อย่างดีขึ้น ให้บริการใหม่ๆ สามารถดูแลความเสี่ยงต่างๆ ของลูกค้าได้ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เพราะเวอร์ชวลแบงก์จะทำให้คนเข้าใกล้ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งต้องดูความเสี่ยงด้วย
รวมถึงการให้บริการต้องดูแล ไม่ใช่ว่าให้บริการในแบบการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เกิดการแย่งลูกค้า ลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้เข้าถึงได้ แต่ลูกหนี้ก่อหนี้เกินตัว เป็นสิ่งที่ธปท.ไม่อยากเห็น ซึ่งคณะกรรมการต้องเข้าไปดูให้เกิดการดำเนินงานตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้บนหลักการที่ได้กำหนด
ทั้งนี้ สำหรับจำนวนรายที่ส่งใบสมัครยังอยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการพิจารณา ซึ่งภายในอาทิตย์หน้า (วันที่ 23-27 ก.ย.67) ธปท.จะออกเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับการยื่นใบสมัครเพื่อขอใบอนุญาติจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับกลุ่มทุนใหญ่สนใจลงสนามชิงเวอร์ชวลแบงก์หลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ร่วมกับอีก 2 พันธมิตร ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ส่งเข้ามาเป็นแกนในการร่วมพันธมิตร และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR
2.กลุ่มซีกรุ๊ป (Sea Group) จากสิงคโปร์ จับมือ 4 พันธมิตร อาทิ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ที่ส่ง บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เข้าร่วม, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และเครือสหพัฒน์
3.กลุ่มบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับทุนกับ KakaoBank จากเกาหลีใต้ และ WeBank จากจีน
4.Lighthub Asset ของเจ้าพ่อการเงินอย่าง ชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ที่จับมือกับพันธมิตรฟินเทคจากฮ่องกงอย่าง WeLab ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์เช่นกัน
5.บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เจ้าของแอปฯ TrueMoney โดยกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) , Ant Group บริษัทฟินเทคในเครือ Alibaba จากจีน และธนาคารญี่ปุ่น MUFG Bank ที่เป็นทั้งนักลงทุนและพันธมิตร

ทั้งนี้ ธปท.วางไทม์ไลน์การขอใบอนุญาตไว้ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ที่สมควรได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 68 โดยผู้ขออนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง จากนั้นให้เตรียมความพร้อมการจัดตั้งในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้ภายใน 1 ปี นั่นคือคนไทยจะได้ใช้บริการเวอร์ชวลแบงก์จริงในปี 69