เศรษฐกิจระส่ำหนัก! คนเลือกกินเพื่อยังชีพ กระทบร้านอาหารร้าง-ขึ้นป้ายเซ้ง
ต้นกุมภาฯ อีจัน
16 สิงหาคม 2567

วันนี้ (16 ส.ค.67) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารช่วง 6 เดือนของปี 2567 ย้อนไปช่วงต้นปี 67 รัฐบาลมีการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการให้ประชาชนเกิดการใช้จ่าย ผ่านการจัดอีเวนต์ให้มีวันหยุด เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ เป็นต้น ทำให้ช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.67 เกิดการใช้จ่ายสูง
แต่เมื่อเข้าช่วงเดือนพ.ค.67 กลุ่มธุรกิจร้านอาหารจะเข้าใจได้ว่าเดือนดังกล่าวคือเข้าฤดูฝน และเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แม้ผู้ประกอบการทำใจไว้แล้ว แต่ปี 67 เป็นปีพิเศษที่ธุรกิจร้านอาหารเริ่มตกลง ซึ่งร้านใหญ่ระดับภัตตาคารใหญ่ เริ่มมียอดขายไม่ดี หรือยอดขายตกถึง 30% ซึ่งตกผิดปกติ รวมถึงมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการอื่นๆ ในหลายจังหวัดว่ามีปัญหายอดตกหนักมาก
ข่าวน่าสนใจอื่น
สำหรับปัญหาเศรษฐกิจที่พบเริ่มจากอุตสาหกรรมมีปัญหาสต็อกบ้านคงค้าง อุตสาหกรรมหุ้นไม่สู้ดี อุตสาหกรรมรถยนต์ย้านฐานการผลิต อุตสาหกรรมค้าปลีกซบเซา และอุตสาหกรรมส่งออกแผ่วตัว จาก 5 อุตสาหกรรมใหญ่มีปัญหา ส่งผลให้เศรษฐกิจปีนี้ตกแบบพิเศษกว่าปีอื่นๆ หรือย่ำแย่ที่สุดในรอบ 40 ปี
“จากปัญหาเศรษฐกิจส่งผลต่อผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เพราะลูกค้าจะเก็บเงินไว้มากกว่า หรือแม้มีลูกค้าเข้ามาทานอาหารจะสั่งอาหารไม่เกิน 3 อย่าง ด้วยราคาไม่สูงมากนัก”นางฐนิวรรณกล่าว
ที่เป็นห่วงมากคือสตรีทฟู้ด เรียกว่าเป็นรายย่อยที่ “หาเช้ากินค่ำ” หากการขายรายวันมีปัญหา เช่น ฝนตกติดต่อกัน 3 วัน แม้ค้าจะขายของไม่ได้ ส่งผลให้วันนั้นทุนจมลงไป และสินค้าที่ซื้อมาขายอาจจะหมดอายุ โดยเฉพาะอาหารสด ทำให้กลุ่มนี้น่ากังวลมาก

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย
ขณะที่ร้านค้าระดับกลาง-ใหญ่ในภูมิภาคเริ่มขึ้นป้ายเซ้ง หรือให้เช่ามากขึ้น เพราะการเปิดร้านในต่างจังหวัด เพื่อรับนักท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวที่เข้าไทยไม่เหมือนเดิม จากอดีตมีนักท่องเที่ยวเป็นรถบัส ปัจจุบันเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบกลุ่มเล็กลง และค่าใช้จ่ายต่อหัวลดลงเช่นกัน
“ปีนี้มีเสียงสะท้อนการปิดกิจการมากขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ถ้าเศรษฐกิจดีคนจะมีการใช้จ่าย ซึ้งร้านอาหารเป็นแหล่งให้บริการครบครัน เมื่อคนเลือกจะตัดค่าอาหารออก เพื่อประหยัดมากขึ้น และเลือกกินเพื่อยังชีพ ทำให้กลุ่มร้านอาหารย่ำแย่”นางฐนิวรรณกล่าว
สำหรับสิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหาร เช่น ต้นทุนด้านราคาพลังงาน น้ำมัน แก๊ส เหล่านี้มีผลต่อค่าขนส่งของร้านอาหาร อีกทั้งค่าไฟฟ้า ที่มีผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการเป็นหลัก อยากให้แก้ปัญหาโครงสร้างเหล่านี้ให้ได้
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานตัวเลขการปิดกิจการของธุรกิจไทย 6 เดือนที่ผ่านมา พบธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร ติดอยู่ใน 3 อันดับธุรกิจปิดกิจการมากที่สุดที่ 197 ราย ทุน 457.21 ล้านบาท ขณะที่การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จำนวน 2,105 ราย ทุน 4,352.90 ล้านบาท