ททท. รุกดึงเศรษฐีตะวันออกกลาง-เอเชีย เที่ยวและรักษาพยาบาลใน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
17 ตุลาคม 2568

วันนี้ (17 ต.ค. 2568) นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ใน ปี 2569 ททท. เตรียมรุกตลาด Health Tourism หรือการเข้ามารักษาพยาบาล เพราะไทยมีจุดแข็งในเรื่องสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีราคาถูกกว่าประเทศชั้นนำ อาทิ สิงคโปร์ ประมาณ 30-70% มีสถานพยาบาลครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศมากกว่า 500 แห่ง โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ประมาณ 125,000 ล้านบาท

“เมื่อเทียบราคาด้านการรักษาพยายามไทยยังได้เปรียบสิงคโปร์ในเรื่องราคาเยอะมาก เพราะเราไม่ได้มีเฉพาะรักษาในโรงพยาบาล แต่ยังมรีโรงแรมรีสอร์ทที่มีสามารถพักค้างยาว และเป็นการพักผ่อนไปในตัว เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ด้วย” นายณัฐ กล่าว
ทั้งนี้ตลาด Health Tourism มีจำนวนประมาณ 580,654 คน กลุ่มเศรษฐี มีรายได้มากกว่า 2 ล้านบาทต่อปี โดย ประเทศที่นิยมเดินทางมารักษาในไทย มีดังนี้ประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น การ์ตาร์ โอมาน คูเวต กลุ่มประเทศเพื่อบ้าน เช่น กัมพูชา และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ เช่นบังกลาเทศ โดยมีการใช้จ่าย 107,662 บาท/คน/ทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 102.67%
“กลุ่มเฮลทัวริส ไม่ได้เดินทางเพื่อมารักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ระยะเวลาในการพักยาว และในอนาคต ททท. จะมุ่งเจาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่มผู้สูงวัยมาที่มาพักอยู่ในไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัว จะสร้างรายได้ เพราะมีมูลค่าสูง เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีเงินสามารถรองรับค่าใช้จ่ายในระดับสูง” นายณัฐ ระบุ
ขณะเดียวกันประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องของคลินิกอยู่ในโรงแรม เช่น ชีวาศรม ที่เป็นทั้งรีสอร์ทและรักษาในตัว และโรงแรมเซเลส สมุย ร่วมกับโรงพยาบาลดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก