กต. เร่งพาคนไทยหนีไฟสงคราม! พากลับบ้านแล้ว 381 คน  ชี้ยังไร้เจ็บตาย  

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

11 มีนาคม 2569

กต. เร่งพาคนไทยหนีไฟสงคราม! พากลับบ้านแล้ว 381 คน  ชี้ยังไร้เจ็บตาย  

วันนี้ (11 มี.ค.69) ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ว่า พัฒนาการสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยรวมในภูมิภาคยังมีความรุนแรง และความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอิรัก อิหร่าน อิสราเอล และเลบานอน ที่ถูกโจมตีในเมื่อคืนที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีสัญญาณอีกหลายประเทศที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น UAE และกาตาร์ ที่มีแนวโน้มความรุนแรงลดลงในระดับหนึ่ง ส่งผลให้มีเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินพาณิชย์แบบจำกัดในประเทศภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ดังกล่าว ก็มีความคืบหน้าด้วย ยืนยันว่ายังไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปภูมิภาคตะวันออกกลาง และพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบด้วย

ขณะที่ ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ อาทิ อิหร่าน คนไทยกลุ่มที่อพยพออกจากอิหร่านชุดแรกได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพครบแล้วและคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 68 คนที่ ได้อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวานนี้ และได้เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ประเทศตุรกีเรียบร้อยแล้ว โดยคนไทยชุด 2 จะเดินทางกลับประเทศไทยโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเดินทางมาถึงไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค) และกลุ่มที่ 2 จะเดินทางถึงกลับถึงไทยช่วงเช้าของวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มดังกล่าว

สำหรับประเทศอิรักขณะนี้ ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะเดินทางออกจากอิรัก เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว  โดยศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับไทยของคนไทยต่อไป

ส่วนกรณีของ UAE สายการบินเอทิฮัด ประกาศเปิดเที่ยวบินไปกรุงเทพและภูเก็ต เส้นทางละ 1 เที่ยวต่อวัน จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2569 และมีแผนกลับมาบินในเส้นทางเชียงใหม่ และกระบี่ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย

ขณะที่ กาตาร์ สถานเอกอัครราชทูตได้ประสานงานยืนยันให้คนไทยที่ตกค้างทั้งหมด ที่ประสงค์จะกลับไทย 24 คนเดินทางด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ ในเส้นทางกรุงโดฮา-กรุงเทพ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง โดยจะถึงกรุงเทพในช่วงคืนนี้ นอกจากนี้ คนไทยกาตาร์ทุกคนที่ประสงค์จะกลับไทยด้วยเที่ยวบินดังกล่าว สามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรงรวมถึงสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินกลับไทยผ่านจุดแวะพักอื่นที่จำหน่ายได้ด้วยเช่นกัน

ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกดูแล และให้คำแนะนำประสานงานกับสายการบิน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กลับในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้

สำหรับภาพรวมในขณะนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้างและได้รับความช่วยเหลือเพื่อออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมแล้วประมาณ 381 คน 

อย่างไรก็ตาม ให้ประชาชนเฝ้าระวังมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตหลอกลวงให้โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย ย้ำว่า สถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศไทยแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนที่ประสงค์เดินทางกลับไทยติดต่อสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ของไทยที่รับผิดชอบประเทศนั้นๆ ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น

 รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ใช้แนวทางทางการทูต และการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยเร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถอพยพออกจากพื้นที่อันตราย รวมถึงให้คำแนะนำในด้านต่างๆต่อไป

เมื่อถามว่าทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีการติดต่อให้ความช่วยเหลือของประชาชนชาวอิหร่าน และ อิสราเอล ที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทยและประสงค์จะเดินทางกลับภูมิภาคหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้แต่ตนมองว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับเที่ยวบินว่าจะสามารถรองรับเรื่องนี้ได้หรือไม่และหากมีเที่ยวบินที่สามารถเดินทางกลับไปในพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศได้ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูเรื่องการเปิดปิดน่านฟ้าซึ่งใน 2 พื้นที่นี้ก็ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ อีกทั้ง2 ประเทศนก็มีสถานทูตที่อยู่ในประเทศไทยและก็ยังสามารถดูแลประชาชนในชาติของตนเองได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตฯของทั้ง 2 ประเทศก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่แล้วซึ่งหากต้องการให้เราช่วยเหลือ เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่