ราคาทองวันนี้ (19 ก.ค.67) ปรับราคาลง 350 รับแรงกดดันหลังตลาดเทขาย
ต้นกุมภาฯ อีจัน
19 กรกฎาคม 2567

วันนี้ (19 ก.ค.67) รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ เปิดตลาดทำการเช้านี้ ปรับราคา 1 ครั้ง ที่ 350 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกที่ 41,600 บาทต่อบาททองคำ รูปพรรณขายออกอยู่ที่ 42,100 บาทต่อบาททองคำ เมื่อเทียบกับวานนี้ (18 ก.ค.67) ราคาทองคำแท่งขายออกที่ 41,950 บาทต่อบาททองคำ รูปพรรณขายออกอยู่ที่ 42,450 บาทต่อบาททองคำ
สำหรับราคาทองคำวันนี้ (19 ก.ค.67) ราคาทองคำแท่ง ขายออก บาทละ 41,600 และรับซื้อ บาทละ 41,500 ขณะที่ ทองรูปพรรณ ขายออก บาทละ 42,100 และรับซื้อ บาทละ 40,750.08

รายงานจาก นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาทองคำคืนที่ผ่านมา โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวลดลงกว่า -30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากราคาทองคำยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ทำให้การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กดดันราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค.) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่โซน 2,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์
“เปิดทางให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยเข้าซื้อทองคำในช่วงปรับฐาน และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนกดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงในช่วงคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดว่าระยะสั้น ราคาทองคำอาจเข้าสู่ช่วงการพักฐาน (Correction) จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม”นายพูนกล่าว

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ราคาทองคำ วิเคราะห์ว่าราคาทองคํา Spot ร่วงหนักเนื่องมาจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ทองคำร่วงลงแรงแล้วกว่า 50 ดอลลาร์ นับตั้งแต่พุ่งขึ้นนิวไฮไปเมื่อวันพุธ ด้านราคาทองในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ร่วงลงแรงตามทองคำโลก 300 บาท แม้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าระดับ 36 บาทช่วยหนุนได้บ้าง
ราคาทองปรับตัวลงแรงต่อเนื่องสู่ระดับ 2,430 ดอลลาร์ในเช้านี้ นับตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่บริเวณ 2,487 ดอลลาร์ ทั้งทองคำร่วงลงแรงติดต่อกัน 2 วันกว่า 50 ดอลลาร์ โดยปัจจัยฉุดทองคำปรับตัวลดลงมาจากแรงเทขายทำกำไรหลังจากพุ่งนิวไฮ และปัจจัยสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า
คืนวันนี้ไม่มีรายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐให้ติดตามมีเพียงการแถลงของกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ซึ่งอาจจะได้ทราบข้อมูลถึงแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ส่วนสัปดาห์ติดตามการเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 2/2024 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งแรก และดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่เฟดใช้ในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย