“ธนวรรธน์” ชี้ กนง. คงดอกเบี้ยดีกว่าลดเร็ว เชื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้น

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

8 ตุลาคม 2568

“ธนวรรธน์” ชี้ กนง. คงดอกเบี้ยดีกว่าลดเร็ว เชื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้น

วันนี้ (8 ต.ค. 2568) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติ 5 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.5% ว่า ขณะนี้ภาคของเงินบาทมีการอ่อนค่า แม้เงินจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดทางเทคนิก เชื่อว่า กนง. คงมีความเห็นว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมา อยู่ในระดับ 1.5% นั้น น่าจะเป็นอัตราที่เหมาะสม

สำหรับปัญหาของภาคสถาบันการเงินในเวลานี้ คือ จะต้องปล่อยให้เศรษฐกิจฟื้น และทำให้หนี้เสียที่ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือเอ็นพีแอล คลายตัวลดลง เมื่อหนี้เอ็นพีแอลคลายตัวลงจะช่วยให้การปล่อยสินเชื่อไปได้ดี ซึ่ง กนง. คงคาดการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว และยังมีพื้นที่ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดดอกเบี้ยไทยน่าจะลดตาม เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทไทยไม่แข็งค่า

“ตอนนี้ ที่ค่าเงินบาทอยู่ในระดับ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอัตราที่ กนง. เห็นว่า ทั้งอัตราเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งแนวโน้มของเงินเฟ้อจะต้องกลับมาเป็นบวก หลังจากที่มีนโยบายคนละครึ่งพลัส กนง. อาจจะเก็บกระสุนไว้พิจารณาอีกครั้งในช่วงปลายปีอาจจะเหมาะสมกว่า” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า การพิจารณาดอกเบี้ยในขณะนี้จะต้องดูภาพรวมเศรษฐกิจร่วมด้วยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ธนาคารจะต้องเร่งปล่อยสินเชื่อ ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้แม้ยังไม่ลดดอกเบี้ยก็ไม่ได้แย่ อาจจะผิดคาดจากที่หลายคนได้ประมาณการณ์ไว้เท่านั้น จุดที่สำคัญมากกว่า คือ สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)และรัฐบาลต้องทำร่วมกันคือ ทำให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินรัฐปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบ

โดยแนวนโยบายที่รัฐบาลคิดอยู่คือ การตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ (AMC) เพื่อไปซื้อหนี้เอ็นพีแอลประชาชนรายย่อยที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท หากเป็นทางออกที่ดีสำหรับเอสเอ็มอี และรายย่อย ธปท. ควรไปหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อหาแนวทางร่วมกันว่าจะให้ AMC ไปซื้อหนี้เอ็นพีแอลจากธนาคารที่เป็นหนี้เอสเอ็มอีได้มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญไม่ใช่การลดดอกเบี้ยแต่เป็นปล่อยสินสู่ระบบเศรษฐกิจ ล่าสุด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจธุรกิจทั่วประเทศ พบว่า ธุรกิจต้องการเข้าถึงสินเชื่อ ดังนั้นกลไลของการปล่อยสินเชื่อโดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ปล่อยสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และทำร่วมกับนโยบายที่ควรจะทำ ร่วมมกับโครงการคนละครึ่ง คาดจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสู่การฟื้นตัว