กพท.-NT จุดสตาร์ท “โดรนเดลิเวอรี่” ปฏิวัติการขนส่งยุคใหม่ “โลจิสติกส์” แห่งอนาคต

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

30 ตุลาคม 2568

กพท.-NT จุดสตาร์ท “โดรนเดลิเวอรี่” ปฏิวัติการขนส่งยุคใหม่ “โลจิสติกส์” แห่งอนาคต

“เมื่อเทคโนโลยีบินได้ การขนส่งก็ไร้ขอบฟ้า” ประเทศไทยเริ่มก้าวสู่ยุคใหม่ของการขนส่งด้วยอากาศยานไร้นักบิน “โดรนเดลิเวอรี่” จากความร่วมมือระหว่าง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อสร้างระบบขนส่งอัจฉริยะที่ปลอดภัยและยั่งยืน รวมถึงพัฒนาระบบโลจิสติกส์สู่ “การขนส่งทางอากาศอัจฉริยะ”

สืบเนื่องจากการเติบโตของ “อากาศยานไร้นักบิน” หรือ โดรน (Drone) ที่มีผู้นิยมใช้งานมากยิ่งขึ้น ทำให้ กพท. คาดการณ์ว่าโดรนจะมีเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยแนวโน้มในประเทศไทยจะมีมากถึง 1 ล้านลำ เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีการเปิดให้จดทะเบียนโดรนเป็นปีแรก ซึ่งมีจำนวนเพียง 100 ลำ ล่าสุด ปี 2567 มียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 27,822 ลำ

ที่ผ่านมา ประเทศไทย มีการจดทะเบียนการใช้โดรนบินในภาคการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดรนเกษตรถูกนำมาใช้ในหลายขั้นตอนของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การพ่นปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช, การหว่านเมล็ด, การสำรวจพื้นที่, จนถึงการเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อม (Agri Data) ช่วยลดเวลา แรงงาน และความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกร

ขณะเดียวกัน “โดรน” เข้ามามีบทบาท “ด้านภัยความมั่นคง” ในพื้นที่แนวชายแดน ภายหลังจากประเทศไทยเกิดเหตุขัดแย้งระหว่างกัมพูชา ทำให้การใช้งานโดรนมากขึ้น เช่น การใช้โดรนในการตรวจตราความเคลื่อนไหวต่างๆ การตรวจจับการลักลอบเข้าเมืองและขนของผิดกฎหมาย การสอดแนมและเก็บข้อมูลพื้นที่ต้องห้าม เป็นต้น

แต่ที่สำคัญ “เทคโนโลยีโดรน” กำลังเข้ามามีบทบาทต่อ “ภาคธุรกิจไทย” เร็วๆ นี้ ประเทศไทยกำลังจะมีการขยายการใช้โดรนไปสู่ระบบโลจิสติกส์ในอนาคต ซึ่งจะมีการนำโดรนใช้สำหรับ “การขนส่งสินค้า” ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ลดต้นทุนธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ

ซ้าย พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ขวา พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)

กพท.จุดสตาร์ต “โดรนเดลิเวอรี่”

ล่าสุด “พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร” ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระบุ กระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ กพท. อยู่ระหว่างผลักดันร่าง พ.ร.บ.การใช้งานโดรนเพื่อการขนส่งและโลจิสติกส์ เบื้องต้นคาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2569 ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย (Safety and Security) ทำงานร่วมกับภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน พัฒนากฎระเบียบที่รัดกุมก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันการนำโดรนไปใช้ในทางที่ผิด

ซึ่งระหว่างนี้ กพท. ได้ร่วมมือกับ NT หรือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หน่วยงานภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วย “การศึกษาพัฒนาระบบขนส่งโดยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone Delivery System)”

โดยมีวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและบริหารจัดการห้วงอากาศให้เกิดความปลอดภัย รองรับการใช้งานโดรนในภาคธุรกิจและภารกิจสาธารณะทั่วประเทศให้มาตรฐานทัดเทียมกับ “สากล”

“กพท.มีบทบาทกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางการบินและการพัฒนาเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ โดยกำลังผลักดันแนวทางกำกับดูแลอากาศยานขั้นสูงในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

ทั้งนี้ พร้อมเตรียมจัดประชุมนานาชาติ Advanced Air Mobility Symposium (AAM 2026) ในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการขนส่งทางอากาศยุคใหม่ เช่น โดรนขนส่งสินค้า ระบบแท็กซี่บินไฟฟ้า (eVTOLs) และการบริหารจราจรทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility – UAM)

NT เสริมโครงข่ายเชื่อมโลกโดรน

ส่วนสำคัญคือการสอดประสานการทำงาน “พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ยืนยันหนักแน่นว่า บริษัทมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติในการพัฒนา แพลตฟอร์มบริหารจัดการอากาศยานไร้นักบิน (Drone Management Platform) เพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

นอกจากนี้ NT ยังได้พัฒนาและให้บริการ ซิม “my by NT” บนคลื่น 700 MHz สำหรับติดตามเที่ยวบินโดรนแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานและรองรับการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของการบินไร้นักบินในอนาคต

ด้วยการอัปเกรดครั้งล่าสุด เครือข่าย NT ครอบคลุมคลื่นความถี่ 700 MHz ทั่วประเทศ เครือข่ายไฟเบอร์ออปติก และบริการคลาวด์ที่ปลอดภัย ทำให้ NT สามารถให้บริการผู้ประกอบการโลจิสติกส์ทางอากาศได้อย่างมั่นใจ สอดคล้องกับข้อกำหนดและขยายธุรกิจได้ง่าย เมื่อประเทศไทยขยับสู่การขนส่งด้วยโดรน NT ยังคงยืนหยัดให้บริการโครงสร้าง

“เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน และได้ร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติซึ่งมีความเชี่ยวชาญ ด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการบริหารจัดการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สิ่งนี้ช่วยให้การจัดการเที่ยวบินเป็นไปอย่างแม่นยำและราบรื่น”

“เอกชน” พร้อมบินรับธุรกิจใหม่

พันเอกสรรพชัยกล่าวอีกว่า ด้านการเตรียมความพร้อมเดินหน้าเต็มที่ในส่วนของภาคธุรกิจได้สาธิตแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการโดรนขนส่ง โดยมีผู้ประกอบการโดรนขนส่งร่วมสาธิตการทำการบิน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ได้แก่ 1.บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด สาธิตการบินโดรน ส่งอุปกรณ์ เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) จากไอคอนสยามข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร

2.บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) การบินโดรนขนส่งเวชภัณฑ์และยาจากหาดเตยงาม ไปยัง เกาะไก่เตี้ย จังหวัดชลบุรี 3.บริษัท เอวิลอน โรโบทิคส์ จำกัด สาธิตการบินโดรน ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค จากเกาะสมุยไปยังเกาะแตน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 4.บริษัท อีซี่ (2018) จำกัด สาธิตการบินโดรนขนส่งพืชผลทางการเกษตรจากแปลงเพาะปลูก ไปยังโรงคัดแยกผลผลิต อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งผลลัพธ์จากการพัฒนาโดรนเพื่อการขนส่ง มีความพิเศษเฉพาะตัวที่สามารถช่วยลดระยะเวลาการส่งสินค้าให้เร็วขึ้น สามารถส่งสินค้าในพื้นที่เข้าถึงได้ยากลำบาก โดยใช้เวลาสั้นๆ เมื่อเทียบกับการใช้ระบบขนส่งทั่วไป ที่ติดปัญหาด้านการจราจร รวมถึงการใช้โดรนขนส่ง “ด้านการแพทย์” เริ่มแพร่หลายมากขึ้น เพราะการขนส่งที่รวดเร็วช่วยให้ผู้ป่วยที่รอการรักษาเข้าถึงการแพทย์ได้ทันท่วงทีเช่นกัน

“จุดเริ่มต้นของระบบนิเวศโดรนแห่งชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้เทคโนโลยีโดรนสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการแพทย์ โลจิสติกส์ การเกษตร และการบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

จากการเปิดงานในครั้งนี้ “โดรน” ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เส้นเลือดใหม่ของระบบขนส่งไทย” ที่จะเชื่อมเมืองกับชนบท เชื่อมเศรษฐกิจดิจิทัลกับชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งการร่วมมือของ 4 เสาหลัก — คมนาคม, ดีอีเอส, กพท. และ NT จึงเปรียบเสมือน การจุดเครื่องยนต์ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจฟ้าเปิด” ของประเทศไทย
ให้ทะยานขึ้นสู่อนาคตที่ปลอดภัย ยั่งยืน และเต็มไปด้วยโอกาสใหม่บนท้องฟ้าไทย