วันนี้ (21 ก.ย.67) รายงานสถานการณ์เคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาท) ล่าสุดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา (20 ก.ย.67) แข็งค่าหลุดระดับ 33 บาท มาเคลื่อนไหวที่บริเวณ 32.91 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับการแข็งค่าสุดในรอบ 20 เดือน นับจากสิ้นเดือนม.ค.66 ที่ระดับ 32.9524 บาทต่อดอลลาร์
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อัตราการเคลื่อนไหวเงินบาทที่แข็งค่า และผันผวนเร็วในช่วงหลัง โดยนับตั้งแต่ต้นปี 67 ถึงปัจจุบันแข็งค่าแล้ว 2.4% ซึ่งเดิมแข็งค่าใกล้เคียงกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ปัจจุบันใกล้เคียงเกาหลี
ข่าวน่าสนใจอื่น
ซึ่งนอกจากปัจจัยดอลลาร์ที่อ่อนค่าแล้ว ไทยยังมีผลมาจากปัจจัยเรื่องของราคาทองคำที่สูงเป็นประวัติการณ์ (ออลไทม์ไฮ) เนื่องจากสกุลเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำมากกว่าประเทศอื่น และเคลื่อนไหวสูงกว่าภูมิภาค ทำให้เห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้ หากดูผลกระทบเงินบาทต่อภาคการส่งออก จะเห็นว่าในเชิงปริมาณของการส่งออกไม่ได้ปรับลดลง ซึ่งปัจจัยจะมีผลการส่งออก คือ ความต้องการสินค้าของโลกขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจคู่ค้าว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ แต่ยอมรับว่าจะกระทบต่อส่วนต่างกำไร (มาร์จิ้น) บ้าง

ธปท.ไม่อยากเห็นค่าเงินบาทผันผวนเร็วและเยอะ แต่ช่วงหลังผันผวนเพิ่มขึ้น โดยสิ่งที่เราทำคือ 1.ดูที่มาของการแข็งค่ามาจากปัจจัยอะไร ซึ่งมาจากดอลลาร์อ่อนค่าจากเฟดลดดอกเบี้ย เป็นการปรับไปตามกลไกตลาด แต่สิ่งที่เราไม่อยากเห็นคือ การแข็งค่าที่ไม่สะท้อนปัจจัยเชิงพื้นฐาน อย่างไร็ตาม ธปท.ติดตามอย่างใกล้ชิด
“เช่น การเก็งกำไรค่าเงิน หรือ Hot Money ซึ่งดูตอนนี้ยังไม่เห็น เพราะกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ปีนี้นับตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบัน ไหลออกราว 2.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7.2 หมื่นล้านบาท) ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นและการเมืองที่ดีขึ้น เมื่อเทียบปีก่อนไหลออก 9.9 พันล้านดอลลาร์ (ราว 3.2 แสนล้านบาท)”นายเศรษฐพุฒิกล่าว

