คิง เพาเวอร์ ชูงานคราฟท์ “คนไทย” ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
10 ธันวาคม 2568

วานนี้ (9 ธ.ค.68) คิง เพาเวอร์ เปิดงาน KING POWER CELEBRATION 2026 : THE POWER GIFTIVAL ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชูแนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนไทยผ่านความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือท้องถิ่น สอดรับเทรนด์ของขวัญปีใหม่เชิงความหมายด้วยหลัก Circular Design ผสานการ “เรียนรู้–ลงมือทำ–เข้าใจคุณค่า” ผ่านโซน Giftival Market และ Thai Workshop
ไฮไลท์ของงานคือ “ต้นคริสต์มาสสไตล์ไทยโมเดิร์น” ที่ประดับด้วยผ้าขาวม้าและงานคราฟต์จากชุมชนทั่วประเทศ กว่า 10,000 ชิ้น อาทิ ตุงไส้หมูจากเชียงใหม่ ตุงผ้า 12 นักษัตรและผ้าขาวม้าราชบุรี ไปจนถึงตุ๊กตาม้าจากมหาสารคาม สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างธุรกิจและชุมชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
Giftival Market เปิดพื้นที่ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ให้ชุมชนได้นำเสนอสินค้าท้องถิ่นแก่ลูกค้าโดยตรง ช่วยสร้างรายได้ และเปิดตลาดใหม่ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์งานคราฟต์ไทยสู่ผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปลายปี
ขณะเดียวกัน Thai Workshop ระหว่างวันที่ 18–28 ธันวาคม 2568 เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมผัสภูมิปัญญาไทยจากแหล่งกำเนิดจริง เช่น ประดิษฐ์ “ม้าโชคดี” จากเศษผ้าขาวม้าโดย Pahkahmah Thailand เพ้นท์พวงกุญแจกับ Nineshop99 ทำเครื่องประดับเงินจาก ดอยซิลเวอร์ จังหวัดน่าน ประกอบสร้อยไข่มุกกับ PRIMA PEARL พร้อมกิจกรรมเซรามิกศิลาดลจากเชียงใหม่ และงานหินจากบ้านช้างดีไซน์ จังหวัดชลบุรี
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทย นางรัตติยา กล่ำบุญ จาก บ้านช้างดีไซน์ จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “ศิลปะไม่ใช่เพียงความสวยงาม แต่เป็นช่องทางสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับชุมชน การถ่ายทอดเทคนิคเพ้นท์ผ้ามัดย้อม รวมถึงการร้อยหินทำเป็นเครื่องประดับ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมที่มั่นคง และเห็นคุณค่าของฝีมือตัวเองอีกครั้ง”
ด้าน นางทัศนีย์ ยะจา จาก เชียงใหม่ ศิลาดล จังหวัดเชียงใหม่ มองว่าศิลปะคือพื้นที่ของวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ต้องเดินไปพร้อมกัน “ศิลาดลเป็นจิตวิญญาณของล้านนา เรานำแนวคิด Circular Design และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมกับงานเซรามิก เพื่อให้ศิลาดลยังคงร่วมสมัย และส่งต่อวัฒนธรรมของภาคเหนือให้ถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง”
ส่วน นายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช จาก ดอยซิลเวอร์ จังหวัดน่าน มองว่าการสืบทอดภูมิปัญญาคือหัวใจของความยั่งยืน “ดอยซิลเวอร์สืบทอดงานเครื่องเงินมามากกว่า 70 ปี วันนี้เราให้ความสำคัญกับการฝึกเยาวชน เพื่อให้ทักษะนี้อยู่คู่ชุมชนต่อไปควบคู่กับการสร้างอาชีพด้วยวัสดุท้องถิ่น”
ตลอดกว่า 30 ปี คิง เพาเวอร์ ยังคงเดินหน้าเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันสินค้าชุมชน ทั้งการพัฒนางานดีไซน์ บรรจุภัณฑ์ การตลาด รวมถึงเปิดช่องทางขายในร้านดิวตี้ฟรี แท็กซ์ฟรี และคอมเพล็กซ์ของคิง เพาเวอร์ พร้อมช่วยผู้ประกอบการไทยกว่า 351 ราย ต่อยอดสินค้าตั้งแต่อาหาร สุขภาพ แฟชั่น ไปจนถึงของตกแต่งบ้านสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
คิง เพาเวอร์ ย้ำว่า “ความยั่งยืนต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน” พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคราฟต์ไทยและเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตต่อเนื่องตามแนวทาง Social Impact ที่องค์กรยึดถือมาโดยตลอด