วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ! ตู้สินค้าไทยค้างในทะเล “ผู้ส่งออก” จ่ายค่าจอดหลักแสน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
12 มีนาคม 2569

วันนี้ (12 มี.ค.69) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ออกประกาศเตือนผู้ส่งออกที่มีสินค้าอยู่ระหว่างการขนส่งไปยังกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ให้เร่งประเมินสถานการณ์และหาทางออกสำหรับตู้สินค้าที่ตกค้างกลางทะเล
เบื้องต้น สามารถดำเนินการได้ในแนวทางแรกคือ การเปลี่ยนท่าเรือปลายทาง เช่น ท่าเรือ Khor Fakkan ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือท่าเรือ Jeddah ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผู้นำเข้าอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการทำพิธีการศุลกากรราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้ รวมถึงค่าเปลี่ยนท่าเรือ (End of Voyage) อีก 600-800 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าขนถ่ายสินค้าทางบก
แนวทางต่อมา คือ การนำตู้สินค้าไปพักคอยบริเวณท่าเรือปลอดภัย หรือท่าเรือถ่ายลำ (Transshipment Port) ในอินเดีย โอมาน หรือศรีลังกา ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ สินค้าอาจสูญหายหรือเสียหาย ตลอดจนปัญหาความแออัดรุนแรงในท่าเรือเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ โดยประเมินว่าต้นทุนค่าจอดพักในท่าเรือเพียงอย่างเดียวอาจพุ่งสูงถึง 5-6 แสนบาทต่อตู้ ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน จากความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจประเมินได้
สรท. จึงเสนอแนะแนวทางที่สาม โดยแนะนำให้ผู้ส่งออกพิจารณานำตู้สินค้ากลับมายังประเทศไทย เพื่อเป็นการยุติภาระต้นทุนที่มีความเสี่ยงสูงและไม่สามารถควบคุมได้ในทันที
ขณะนี้ สรท. ได้ประสานงานไปยังการท่าเรือแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการท่าเรือภาคเอกชน เพื่อเตรียมแนวทางช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกสำหรับสินค้านำกลับเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ หากสมาชิกรายใดพบปัญหาการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรมจากผู้ให้บริการหรือสายเรือ สามารถรวบรวมหลักฐานส่งมายังอีเมล [email protected] หรือโทรศัพท์ 02-679-7555 เพื่อให้ สรท. เป็นตัวแทนนำเรื่องเข้าหารือร่วมกับกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกที่เป็นรูปธรรมต่อไป