วันนี้ (14 พ.ย.68) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยภาพรวมตลาดทองคำปรับตัวร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ภายใต้แรงขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยถูกกดดัน หลักจากผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น และ ท่าทีที่ยังไม่ชัดเจนของเจ้าหน้าที่เฟด
ปัจจัยเหล่านี้ได้ลดทอนความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า การขาดแคลนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ในเดือนตุลาคม ได้สร้างความกังวลอย่างหนักแก่นักลงทุนว่า เฟดอาจไม่กล้าตัดสินใจลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในเดือนธันวาคม ทำให้ตลาดประเมินโอกาสการลดดอกเบี้ยในเดือนหน้าไว้ต่ำกว่า 50%
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -31.0 เหรียญ หรือ -0.74% ที่ระดับ 4,171.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นมาเล็กน้อยที่ 4,180 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,048.93 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 8.58 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 175.55 ตัน
เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนได้แสดงความลังเลที่จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เริ่มต้นที่ นีล แคชคารี (เฟดมินนิแอโพลิส) แสดงความไม่แน่ใจ โดยระบุว่าเขาสามารถให้เหตุผลได้ทั้งสำหรับการลดหรือคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ขณะที่ อัลแบร์โต มูซาเลม (เฟดเซนต์หลุยส์) เตือนว่าการปรับนโยบายควรเป็นไปอย่างช้าและระมัดระวัง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงเกินกว่าเป้าหมาย และ เบธ แฮมแม็ค (เฟดคลีฟแลนด์) ยืนยันว่านโยบายการเงินยังคงต้องรักษาให้ “เข้มงวด” ต่อไป
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 47% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 70% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
รวมถึงผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯจะ ไม่เปิดเผยอัตราการว่างงานประจำเดือนตุลาคม เนื่องจากการสำรวจครัวเรือนไม่ได้ดำเนินการในเดือนดังกล่าว ทำให้รายงานที่จะออกมามีเพียงข้อมูลการจ้างงานบางส่วน โดยไม่มีตัวเลขอัตราการว่างงานรวมอยู่ด้วย ซึ่งความไม่ครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าวสร้างความไม่แน่นอนต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
