คนขับแท็กซี่-วิน เตรียมบุกทำเนียบพบนายกฯ ปมค่าน้ำมันแพง นัดรวมตัว 28 เม.ย. นี้
ธรรมธรรม อีจัน
2 เมษายน 2569

วันที่ 2 เมษายน 2569 กลุ่มสมาคมผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะ 5 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ สมาคมลูกเหล็กทีมรถรับจ้างสาธารณะ สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV รับจ้าง และสมาคมไรเดอร์ไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอเข้าพบเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับขี่รถรับจ้างทั่วประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สมาคมฯ ระบุว่า ปัจจุบันผู้ขับขี่แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ และรถรับจ้างผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน เผชิญภาวะต้นทุนพุ่งสูง ขณะที่รายได้ลดลงจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นลดราคาอย่างหนักของแอปเรียกรถ ซึ่งส่งผลให้เกิด “สงครามราคา” และทำให้รถรับจ้างแบบดั้งเดิมไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากถูกกำกับอัตราค่าโดยสารตามกฎหมาย
กลุ่มสมาคมยังตั้งข้อสังเกตว่า แพลตฟอร์มบางรายอาจไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงปี 2564 ที่กำหนดห้ามลดราคาตัดคู่แข่ง และต้องคิดค่าโดยสารตามระบบที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น รวมถึงมีปัญหาการหักค่าคอมมิชชั่น (GP) ในอัตราสูงเกิน 25% ทำให้รายได้คนขับลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเรื่องโครงสร้างราคาที่ไม่โปร่งใส การเรียกเก็บค่าปรับยกเลิกไม่เป็นธรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปใช้บริการผ่านแอปมากขึ้น ส่งผลให้รถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์แบบดั้งเดิมสูญเสียรายได้ต่อเนื่อง
ข้อเสนอสำคัญของทั้ง 5 สมาคม ได้แก่
- ขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มแอปเรียกรถอย่างเข้มงวด
- ควบคุมโครงสร้างราคาค่าโดยสารและจำกัดการหักค่าคอมมิชชั่น
- ปรับปรุงกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างรถรับจ้างดั้งเดิมและแพลตฟอร์ม
- เปิดให้ขึ้นทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้าง (รย.17) เพิ่ม เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย
- แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อลดต้นทุน เช่น ขยายอายุรถแท็กซี่ เพิ่มความยืดหยุ่นด้านสเปกรถ และปรับอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องต้นทุนจริง
- เสนอให้รัฐพัฒนา “แอปเรียกรถของภาครัฐ” เพื่อเป็นทางเลือกที่เป็นธรรม โปร่งใส และลดการผูกขาดของเอกชน
สมาคมฯ ยังเรียกร้องให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ พร้อมทั้งขอให้มีการจัดการกับรถรับจ้างผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสมาคมได้นัดหมายขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 28 เมษายน 2569 เพื่อเสนอรายละเอียดและหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.