วันที่ 8 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง จากเหตุปะทะตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จนตลาดกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว อาจพังลงได้ทุกเมื่อ
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.26% แตะระดับ 102.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.06% แตะระดับ 96.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
รายงานระบุว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เปิดฉากโจมตีก่อน ท่ามกลางความตึงเครียดที่สะสมมาจากข้อกล่าวหาเรื่องละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
เหตุปะทะล่าสุดยังเกิดขึ้นในช่วงที่มีรายงานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ทำให้ตลาดยิ่งวิตกว่า หากสถานการณ์บานปลาย อาจกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ด้านประธานาธิบดี Donald Trump ให้สัมภาษณ์กับ ABC News ว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ พร้อมระบุว่าการปะทะที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “การกระทบกระทั่งกันด้วยความรัก”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเป้าหมายของอิหร่านหลายจุด ทั้งเรือลำเล็กและโดรน พร้อมเตือนว่า หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงนิวเคลียร์ ก็อาจต้องเผชิญการโจมตีทางทหารเพิ่มเติมในอนาคต.
