ททท. ปลื้ม ตลาดเอเชียแห่เข้าไทยคึกคัก 5 เดือน แตะ 8.24 ล้านคน

ททท. ปลื้ม ตลาดเอเชียแห่เข้าไทยคึกคัก 5 เดือน แตะ 8.24 ล้านคน จีน อินเดีย ไต้หวัน ติดท็อปเที่ยวไทยมากสุด ททท. เร่งอัดงบตลาดใหม่ ต่ออายุงบซัมเมอร์บาสยาวถึง ก.ย. 69 หวังบูสต์ตลาดเพิ่มจีน

วันนี้ (21 พ.ค. 69) น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมท่องเที่ยวไทยช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 (เดือน 1 ม.ค. – 16 พ.ค. 69) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมราว 13.1 ล้านคน ลดลงประมาณ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดหลักยังเป็นกลุ่มระยะใกล้ หรือชอร์ตฮอล์ คิดเป็น 64% หรือประมาณ 8.24 ล้านคน จีนยังครองอันดับ 1 นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากสุด จำนวน 2.1 ล้านคน ตามด้วยมาเลเซีย 1.47 ล้านคน และอินเดียที่คาดว่าใกล้แตะ 1 ล้านคน ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าตลาดจีนยังเปราะบาง แม้ตัวเลขจะเริ่มกลับมาเป็นบวก แต่เป็นผลจากฐานเดิมปีที่แล้วอยู่ในระดับต่ำ

น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.

ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ที่กำลังกระทบภาคท่องเที่ยวไทย คือราคาน้ำมันโลกพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนสายการบินสูงขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากเมืองรองของจีน เช่น เฉิงตู และกวางโจว ล่าสุดมีการขอยกเลิกเที่ยวบินรวมกว่า 200 เที่ยวบิน เพราะผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนน้ำมันเครื่องบินไม่ไหว

แม้ ททท. จะสนับสนุนเงินอุดหนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำเที่ยวละ 350,000 บาท แต่ยังสู้คู่แข่งไม่ได้ หลังหลายประเทศอัดงบสูงถึง 500,000-1 ล้านบาทต่อเที่ยว ทำให้ไทยเสียเปรียบด้านการแข่งขัน แต่จากผลกระทบดังกล่าว ทำให้งบโครงการ “Thailand Summer Blast” ที่เดิมจะสิ้นสุดเดือน มิ.ย. ยังเหลืองบประมาณกว่า 70 ล้านบาท เพราะมีการคืนโควตาเที่ยวบินจำนวนมาก ททท. จึงเตรียมพิจารณาขยายเวลาโครงการไปถึงเดือน ก.ย. เพื่อนำงบไปกระตุ้นตลาดระยะไกลและกลุ่มอินเซนทีฟที่ยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบจากกระแสข่าวในโซเชียลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนหายตัว ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย แม้สถานทูตจีนเริ่มชี้แจงแล้ว แต่ยังต้องติดตามใกล้ชิด และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนชัด จากกรุ๊ปทัวร์หันมาเที่ยวเองมากขึ้น เน้นทริปตามความสนใจเฉพาะตัว ทั้งตามศิลปิน ดูคอนเสิร์ตระดับโลก เที่ยวสายแอดเวนเจอร์ และวิ่งเทรล ซึ่งมีกำลังใช้จ่ายสูง

สำหรับแผนรับมือ ททท. เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ “NEXT” เจาะตลาดใหม่ ทั้งกลุ่มผู้สูงวัยจีน กลุ่มผู้หญิงญี่ปุ่น เน้นขายประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงลึก สร้างพันธมิตรนอกวงการท่องเที่ยว และผลักดันท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กระจายรายได้สู่เมืองรอง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวอีกว่า ยังต้องจับตาตลาดเกาหลีใต้ หลังยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทย 4 เดือนแรกติดลบถึง 19% ขณะเดียวกันแม้ตลาดอินเดียยังเติบโตดี แต่ต้องเฝ้าระวังการลดเที่ยวบินและนโยบายวีซ่าในอนาคตเช่นกัน