ไฟเขียว! 2 มาตรการ ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า-ซื้อโซลาร์จากประชาชน
ธรรมธรรม อีจัน
2 ชั่วโมงก่อนหน้า

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 176) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันนี้ (29 เมษายน 2569) ได้มีมติเห็นชอบ 2 วาระสำคัญด้านพลังงาน ซึ่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่เห็นชอบในหลักการ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” ได้แก่
1 การปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น กพช. จึงได้ทบทวนแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าให้มีความยั่งยืนและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยปรับปรุงค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท”บ้านที่อยู่อาศัย” มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาวิกฤติพลังงานอย่างเร่งด่วน และมุ่งเน้นลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย กพช. มีมติสำคัญ ดังนี้
เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้าที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่จะเป็นการคิดค่าไฟแบบเฉลี่ยตามขั้นบันได ดังนี้
– ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย จ่ายหน่วยละต่ำกว่า 3 บาท ค่าไฟลดลงราว 20%
– ผู้ใช้ไฟประมาณ 201–400 หน่วย จ่ายหน่วยละ 3.95 บาท ค่าไฟลดลงราว 10%
– ผู้ใช้ไฟประมาณ 401-500 หน่วย อัตราราคายังอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งโดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ 2,200 บาท/เดือน) ยังจ่ายถูกลงหรือใกล้เคียงเดิม ตามเฉลี่ยขั้นบันได
“คนที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วย หรือค่าไฟประมาณสองพันต้น ๆ เดือนมิถุนายนนี้ประชาชนจะได้จ่ายค่าไฟในราคาถูกลงอย่างแน่นอน”
ทั้งนี้ได้มอบหมาย กกพ. ร่วมกับ กฟน. และ กฟภ. ดำเนินการปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 และให้ กกพ. กำกับดูแลการชดเชยและอุดหนุนรายได้ระหว่างผู้รับใบอนุญาตให้เป็นธรรมโดยคำนึงถึงสถานะทางการเงินของแต่ละราย
และให้ กกพ. นำเงิน Bypass Gas จำนวน 369,568,004.06 บาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft งวดเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ตามมติ ครม. วันที่ 28 เมษายน 2569
สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ กฟน. และ กฟภ. ร่วมกับ กกพ. ให้ศึกษาแนวทางการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาให้กับบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับบ้านอยู่อาศัยดังกล่าว ในอัตราค่าไฟที่เหมาะสมและเป็นธรรม และนำเสนอผลการศึกษา ต่อ กพช. โดยเร็ว
“โครงสร้างอัตราก้าวหน้าเดิมใช้มานานกว่า 20 ปี จึงจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟในปัจจุบัน”
2. การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคประชาชน
กพช. เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดย กพช. มีมติสำคัญ ดังนี้
ซึ่งรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่พักอาศัย รูปแบบ Net Billing เป้าหมายรับซื้อรวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายต่อมิเตอร์
ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย มีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี โดยกำหนดกรอบดังนี้
– ติดตั้งเพื่อใช้เอง ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน
– กรณีขายไฟคืนเข้าระบบ ใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน
“ใครมีหลังคา เราอยากให้ใช้หลังคาเป็นโรงไฟฟ้า ผลิตไฟใช้เอง และขายคืนเข้าระบบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายเอกนัฏ กล่าว
มอบหมาย กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
ส่วน กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ให้ปรับปรุงข้อกำหนดโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) พร้อมระบบจำหน่าย สถานีไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับเป้าหมายโซลาร์ภาคประชาชนโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ
“โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ลดภาระค่าพลังงานในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการกระจายศูนย์กลางการผลิตไฟฟ้า และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมพลังงานสะอาดควบคู่กับการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี” นายเอกนัฎ กล่าว