ผู้ช่วยพยาบาลผวาหนัก! ถูก ส.ต.อ.เมายา ทำร้ายร่างกาย กักขัง ขู่ฆ่า อ้างเป็นไบโพล่าร์

ผู้ช่วยพยาบาลสาว โร่ร้องปวีณาฯ ช่วย หลังถูก ส.ต.อ. ที่คบหามา 5 เดือน เมายาทำร้ายร่างกาย ปล่อยคลิปอนาจาร ถึงขั้นขู่ฆ่า เธอจนเจ็บช้ำทั้งกายและใจจนต้องลาออกจากงาน

ผู้ช่วยพยาบาลสาวสุดช้ำใจ ร้องปวีณาฯ ช่วยหลังถูก ส.ต.อ. ที่คบหาได้ 5 เดือน เมายาทำร้ายร่างกาย กักขัง ขู่ฆ่า จนชีวิตเธอบอบช้ำทั้งกายและใจ อับอายจนต้องลาออกจากงาน

วันนี้ (11 พ.ค. 69) น.ส.แพรว (นามสมมุติ) ผู้ช่วยพยาบาลสาว อายุ 28 ปี เดินทางจากจ.นครราชสีมา เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ถูก ส.ต.อ. แมน (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ตำรวจสันติบาลในจ.นครราชสีมา มีพฤติกรรมเสพยาจนหลอน ทำร้ายร่างกายทุบตี 4 วัน 3 คืน บางทีมีการขู่ฆ่า และปล่อยคลิปอนาจารเธอและโพสต์ขายบริการลงในโซเชียลจนเกิดความอับอายต้องลาออกจากงาน หลังหลุดพ้นมาได้ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง จึงร้องขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยทวงคืนความยุติธรรม ติดตามคดีให้ด้วย

โดยน.ส.เเพรว (นามสมมุติ) เล่าว่า ตนรู้จักกับส.ต.อ. แมน ทางแอปฯ หาคู่ และคบหาดูใจได้ประมาณ 5 เดือน ช่วงคบกันเเรกๆ ส.ต.อ. แมนก็เป็นคนดี พอผ่านไปประมาณ 3 เดือน ก็เริ่มมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้งเพราะเขามักจะระแวงว่าตนจะไปมีคนอื่น และเขามักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรงซึ่งตนมาจับได้ว่าเขาเสพยาไอซ์เป็นประจำ และยังบังคับให้ตนเสพด้วย เวลาทะเลาะกันตนถูกเขาทำร้ายทุบตี เเละทุบทำลายโทรศัพท์มือถือเสียหายไปเครื่องหนึ่งแล้ว เขาก็มาขอโทษ เเละขอโอกาสเเก้ตัวซึ่งตนก็ได้พยายามตีตัวออกห่าง 

จนกระทั่งวันที่ 30 เม.ย.69 ที่ผ่านมา น.ส.แพรวบอกว่า วันนั้นเป็นวันเกิดของตน จู่ๆ ส.ต.อ.แมนก็ได้ทักไลน์มาขอให้ตนช่วยพาไปหาหมอเพราะมีอาการเครียด วิตกกังวล จากที่เคยป่วยเป็นไบโพลาร์ จากนั้นเขาได้ขับรถมารับตนแต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล กลับพาขับรถไปที่บ้านอ้างว่าวันเกิดตนจะพาไปกินข้าวที่บ้านและมีของขวัญจะให้ คืนนั้นตนก็ได้นอนค้างที่บ้านเขาจนเช้าวันที่ 1 พ.ค. ตนต้องไปทำงานแต่เขาไม่ยอมให้ไปแถมบังคับให้ตนเสพไอซ์ทั้งที่ตนไม่เคยเสพมาก่อนจนตนอาเจียนออกมาถึง 2 ครั้ง และพอเขาเริ่มเมายาก็หาเรื่องทะเลาะด่าว่า เหมือนเขาจะหลอนคิดว่าตนไปแจ้งความเรื่องที่เคยถูกเขาทำร้าย และหาว่าตนเป็นสาเหตุให้เขาทะเลาะกับแม่ จากนั้นเขาก็ลงมือทุบตีทำร้าย ตบ เตะ ตามใบหน้าและร่างกายตนจนน่วม และยึดโทรศัพท์มือถือไม่ให้ออกไปไหน

ต่อมาเช้าวันที่ 2 พ.ค. นายแมนไม่ยอมให้ตนไปไหนบังคับให้ตนขึ้นรถไปทำงานด้วย เมื่อถึงที่ทำงานเขาก็ให้ตนรอในรถข่มขู่ห้ามไปไหนถ้าหลบหนีจะตามฆ่าให้ตาย ตนก็รอจนเขาทำงานเสร็จ จากนั้นเขาได้ขับรถพาตนไปหาตู้ ATM ที่ปั๊มน้ำมันบังคับให้กดเงินมาให้ 3 หมื่นบาท ซึ่งตนบอกว่าไม่มี ถ้าต้องการเงินจริงๆ ก็ต้องเอาโทรศัพท์ตนคืนมาก่อน เขาโกรธมากจิกผมทำร้ายร่างกายตนและเสพไอซ์ขับรถก่อนจะพาตนไปเปิดห้องนอนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นเขาเมายาจู่ๆ ก็ร้องไห้เเละขอโทษกับทุกอย่างที่ทำลงไป

จนวันที่ 3 พ.ค. นายเเมนได้พาตนกลับมาที่บ้านของเขาอีกซึ่งตนไม่สามารถออกไปไหนได้ จากนั้นเขาก็หาเรื่องทะเลาะด่าว่าตนพูดซ้ำๆ เดิมๆ ขู่ว่าจะพาตนไปกรุงเทพฯ ให้คนมารุมโทรม จะทำให้ตนอับอายไม่มีอนาคต แล้วก็ลงมือทำร้ายทุบตีตนอีก และได้เอาถุงพลาสติกมาคุมศีรษะตนจนหายใจไม่ออก ตนต้องร้องขอชีวิตเขาถึงได้ปล่อยออก

พอช่วงสายของวันที่ 4 พ.ค. จู่ๆ เขาก็โยนโทรศัพท์มือถือคืนให้และไล่ให้ตนออกจากบ้าน ตนจึงรีบหนีออกมา เมื่อเปิดดูมือถือพบว่าเขาได้ส่งรูปลามกที่แอบถ่ายตนไว้เข้าไปในกลุ่มไลน์ของที่ทำงานตนและลงในสตอรี่ไอจี อีกทั้งเอารูปของตนไปโพสต์ขายบริการในกลุ่มจังหวัด ตนถูกทำร้ายบอบช้ำทั้งกายและใจ อีกทั้งอับอายจนต้องลาออกจากงาน ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะเขาข่มขู่จะฆ่า จึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนครราชสีมา และเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด  

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อขอให้ความเป็นธรรมกับน.ส.แพรว ผู้เสียหาย เร่งรัดคดี และคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้เสียหาย พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับนายแมน ซึ่งผู้เสียหายต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจควรที่จะปกป้องดูแลประชาชนกับกักขังทุบตีทำร้ายผู้หญิงและเสพยาเสพติดจึงต้องลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา