191 – ป.ป.ส. รวบแก๊งยานรก! ซุกไอซ์ 300 กก. ในช่องลับรถตู้ เตรียมส่งใต้

191 ผนึก ป.ป.ส. และข่าวกรองทหาร จับ 6 ผู้ต้องหาชาวนราธิวาส คาปั๊มน้ำมันย่านราษฎร์บูรณะ พบใช้รถตู้สลับทะเบียนอำพราง ขยายผลค้น 5 จุด ยึดบ้าน ที่ดิน รถ และทรัพย์สินรวม 46 ล้านบาท

วันที่ 13 พ.ค 69 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยผลการบูรณาการร่วมกันระหว่าง สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก หลังจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคใต้ พร้อมของกลางไอซ์ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนภายในรถตู้ดัดแปลง

การจับกุมเกิดขึ้นภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนราธิวาส พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ใช้รถตู้ดัดแปลงซุกซ่อนยาเสพติด เพื่อลำเลียงจากกรุงเทพฯ ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยมีการสลับแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่เริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 69 หลังได้รับข้อมูลข่าวกรองว่ากำลังเตรียมลำเลียงยาเสพติด จึงร่วมกันสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด กระทั่งวันที่ 12 พ.ค. 69 พบรถตู้ต้องสงสัยเข้ามายังสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ราษฎร์บูรณะ จึงเข้าตรวจค้นและพบไอซ์จำนวน 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 5 จุด ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กิจการซักผ้าหยอดเหรียญ รถยนต์ เครื่องประดับ และสินค้าแบรนด์เนม รวมมูลค่ากว่า 46 ล้านบาท

เบื้องต้นเชื่อว่า ไอซ์ล็อตดังกล่าวเตรียมลำเลียงลงพื้นที่ภาคใต้ ก่อนส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดครั้งสำคัญ ก่อนถูกส่งออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันว่า ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเดินหน้าขยายผลทั้งทางคดีและทางทรัพย์สิน เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป