วันที่ 13 พ.ค 69 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยผลการบูรณาการร่วมกันระหว่าง สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก หลังจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคใต้ พร้อมของกลางไอซ์ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนภายในรถตู้ดัดแปลง



การจับกุมเกิดขึ้นภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนราธิวาส พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ใช้รถตู้ดัดแปลงซุกซ่อนยาเสพติด เพื่อลำเลียงจากกรุงเทพฯ ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยมีการสลับแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่



เจ้าหน้าที่เริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 69 หลังได้รับข้อมูลข่าวกรองว่ากำลังเตรียมลำเลียงยาเสพติด จึงร่วมกันสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด กระทั่งวันที่ 12 พ.ค. 69 พบรถตู้ต้องสงสัยเข้ามายังสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ราษฎร์บูรณะ จึงเข้าตรวจค้นและพบไอซ์จำนวน 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 5 จุด ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กิจการซักผ้าหยอดเหรียญ รถยนต์ เครื่องประดับ และสินค้าแบรนด์เนม รวมมูลค่ากว่า 46 ล้านบาท



เบื้องต้นเชื่อว่า ไอซ์ล็อตดังกล่าวเตรียมลำเลียงลงพื้นที่ภาคใต้ ก่อนส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด
เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดครั้งสำคัญ ก่อนถูกส่งออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันว่า ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเดินหน้าขยายผลทั้งทางคดีและทางทรัพย์สิน เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป
