เจาะสเปครถปิกอัพสายลุยตัวแรง! Ford Ranger PHEV 2025

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

18 กันยายน 2567

เจาะสเปครถปิกอัพสายลุยตัวแรง! Ford Ranger PHEV 2025

“Ford Ranger PHEV 2025: ขุมพลังเบนซิน Plug-in Hybrid”

ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยครับลูกเพจอีจัน สำหรับรถกระบะปิกอัพปลั๊กอินไฮบริด

Ford ได้เปิดตัว Ford Ranger PHEV 2025 รุ่นใหม่ที่ทวีปยุโรป

โดยเป็นการผสานขุมพลังเบนซินและไฟฟ้า Plug-in Hybrid ขนาด 2.3 ลิตร

ให้กำลังสูงสุดถึง 279 แรงม้า มากกว่ารุ่น V6 ที่เคยมีมา พร้อมระยะทางขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนถึง 45 กิโลเมตร

เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน IAA Transportation ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

โดยมีให้เลือกเฉพาะรุ่น Stormtrak สำหรับกลุ่มลูกค้าชาวยุโรปที่ต้องการรถกระบะระดับพรีเมียม

พร้อมทั้งรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรด

ขุมพลังและสมรรถนะที่เหนือกว่า

Ford Ranger PHEV มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.3 ลิตร EcoBoost

ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 75 kW และแบตเตอรี่ขนาด 11.8 kWh

ให้กำลังรวมสูงสุด 279 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 690 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ

ถือเป็นรุ่นที่มีแรงบิดสูงสุดเท่าที่ Ford เคยผลิตมา อีกทั้งยังมีพลังมากกว่า Ranger V6 3.0 ลิตร

พร้อมโหมดการขับขี่ไฟฟ้า 4 รูปแบบ: Auto EV / EV Now / EV Later / EV Charge

ทำให้การขับขี่ในเมืองและออฟโรดสะดวกและประหยัดมากยิ่งขึ้น

ความอเนกประสงค์และเทคโนโลยี

Ranger PHEV รองรับการลากจูงได้ถึง 3,500 กิโลกรัม รับน้ำหนักบรรทุกได้ 1,000 กิโลกรัม เท่า ๆ กับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปที่ขายกันอยู่เลยครับ

นอกจากนี้ยังมาพร้อม Pro Power Onboard (VtoL) จ่ายไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 2.3 kW สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก

หรือสามารถอัปเกรดให้จ่ายไฟได้ถึง 6.9 kW ผ่านช่องจ่ายไฟในกระบะท้ายที่รองรับการใช้งานอุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานสูง

การออกแบบภายนอก

การตกแต่งภายนอกแบบ Stormtrak ทำให้ Ford Ranger PHEV ดูพรีเมียมและล้ำสมัย มาพร้อมกระจังหน้าทรงรังผึ้ง

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า Matrix LED และราวหลังคา Flexible Rack System

เรียกได้ว่าอาจจะแตกต่างจากตัว Stormtrak นิด ๆ หน่อย ๆ

การผลิตและการวางจำหน่าย

Ford Ranger PHEV 2025 จะถูกผลิตที่โรงงานในเมืองซิลเวอร์ตัน ประเทศแอฟริกาใต้

โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่กลางปี 2568 เป็นต้นไป

ซึ่งนอกจากตลาดยุโรปแล้ว Ford ยังเตรียมที่จะส่งไปขายในประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วย

ส่วนในประเทศไทย

ต้องมารอลุ้นกันว่าจะมีการนำมาเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราหรือไม่อย่างไร รอติดตามได้ที่เพจอีจันเลยครับ