อัปเดตภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 ใหม่ล่าสุด รถน้ำมันราคาพุ่ง รถ EV,Hybrid ราคาลดลงจริงไหม?
ตู๋ อีจัน
2 มกราคม 2569

เชื่อไหมครับว่าเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 นี้ วงการยานยนต์ไทยก้าวเข้าสู่ ยุคใหม่ อย่างเต็มตัวแล้ว หลายคนอาจจะยังงง ๆ ว่า เอ๊ะภาษีใหม่เขามีไว้ทำไม? จริง ๆ แล้วเป้าหมายหลักคือการพาเราไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำนั่นเองครับ
จาก CC สู่ CO2 กฎใหม่ที่ต้องรู้ แต่ก่อนเวลาเราซื้อรถ เราจะถามว่า เครื่องเท่าไหร่? 2,000 ซีซี หรือ 3,000 ซีซี ใช่ไหมครับ? แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คำถามสำคัญคือ “ปล่อยไอเสียเท่าไหร่?” เพราะยิ่งปล่อยเยอะ คุณยิ่งต้องจ่ายแพงขึ้นครับ
1. สายความเร็ว เตรียมจ่ายเพิ่ม
ถ้าคุณเป็นคนที่หลงรักเสียงเครื่องยนต์แบบสันดาป (ICE) หรือรถหรูๆ ซูเปอร์คาร์แรงๆ บอกเลยว่าปีนี้เหนื่อยหน่อยครับ เพราะรถที่เครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี ภาษีถูกปรับขึ้นจากเดิม 40% กลายเป็น 50% ทันที ลองคำนวณดูนะครับ รถราคา 10 ล้าน อาจจะดีดไป 12-13 ล้านได้ง่ายๆ เลย
แม้แต่รถอีโคคาร์ตัวท็อปๆ ถ้าปล่อย CO2 เกินเกณฑ์นิดเดียว ราคาก็ขยับขึ้นหลักพันถึงหลักหมื่นเหมือนกัน
2. สายรักษ์โลกทางสะดวก
ในทางกลับกัน รัฐบาลเขากางปีกรับรถพลังงานสะอาดแบบสุดๆ ครับ
- รถไฟฟ้า (BEV): ภาษีลดเหลือแค่ 2% (จากเดิม 8%) คือน้อยมาก!
- รถไฮบริด (HEV): ใครที่ยังไม่กล้าไปไฟฟ้าล้วน ไฮบริดคือคำตอบครับ ภาษีลดลงเหลือ 6% เท่านั้น ทำให้รถกลุ่มนี้จะกลายเป็นเจ้าตลาดในปีนี้แน่นอน
3. ความจริงที่ต้องระวัง (EV 3.0 vs 3.5)
หลายคนอาจจะคิดว่า งั้นรอซื้อรถ EV ปีนี้ราคาจะถูกลงเยอะสิ? จริง ๆ มีจุดที่ต้องระวังครับ เพราะมาตรการ EV 3.0 ที่รัฐช่วยออกส่วนลดให้ 100,000 บาท มัน จบลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ตอนนี้เราใช้มาตรการ EV 3.5 แทน ซึ่งเงินอุดหนุนจะน้อยลง ดังนั้นแม้ภาษีจะลด แต่พอส่วนลดหายไป ราคาเน็ต ๆ อาจจะพอ ๆ เดิมหรือถูกลงแค่นิดหน่อยครับ
📌 สรุปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ (เริ่ม 1 ม.ค. 2569)
รวบรวมข้อมูลรายละเอียดทุกประเภทรถและเงื่อนไข หลักเกณฑ์ที่กำหนด
- แนวทางการปรับโครงสร้าง
การคำนวณภาษีใหม่จะไม่ใช่แค่ขนาดเครื่องยนต์เหมือนเดิม แต่พิจารณาจาก:
1.1 ประเภทรถยนต์/ จักรยานยนต์ตามแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยี (ICE, HEV, PHEV, BEV)
1.2 อัตราการปล่อย CO2 (g/km)
1.3 มาตรฐานความปลอดภัย (UN R94, UN R95, UN R13h)
1.4 การใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ (Local Content)
1.5 การติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS)
🟠 2. รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาป (ICE)
หลักเกณฑ์ คือ
(ต้องผ่านเกณฑ์ R13h+ABS/ESC และมี ADAS 2 ใน 6 ระบบ)
แบ่งอัตราภาษีตามปริมาณ CO2 และช่วงปี ดังนี้:
2.1 ปล่อย CO2 ≤ 100 g/km:
ปี 2569-70 = 13%
ปี 2571-72 = 14%
ปี 2573 = 15%
2.2 ปล่อย CO2 101-120 g/km:
- ปี 2569-70 = 22%
- ปี 2571-72 = 24%
- ปี 2573 = 26%
2.3 ปล่อย CO2 121-150 g/km:
- ปี 2569-70 = 25%
- ปี 2571-72 = 27%
- ปี 2573 = 29%
2.4 ปล่อย CO2 151-200 g/km:
- ปี 2569-70 = 29%
- ปี 2571-72 = 31%
- ปี 2573 = 33%
2.5 ปล่อย CO2 > 200 g/km:
- ปี 2569-70 = 34%
- ปี 2571-72 = 36%
- ปี 2573 = 38%
2.6 กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์:
ปล่อยCO2 ≤ 150
- ปี 2569-70 = 25%
- ปี 2571-72 = 35%
ปล่อยCO2 > 150
- ปี 2569-70 = 30%
- ปี 2571-72 = 40%
2.7 กรณีเครื่องยนต์ > 3,000 CC: อัตราคงที่ 50%
🟢3. รถยนต์ไฮบริด (HEV)
หลักเกณฑ์ คือ
- ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
- มีการผลิตหรือประกอบ แบตเตอรี่ในประเทศ
- มี ADAS 2 ใน 6 อย่างตามที่ สรรพสามิตกำหนด
3.1 ปล่อย CO2 < 100 g/km:
- ปี 2569-70 = 6%
- ปี 2571-72= 8%
- ปี 2573 = 10%
3.2 ปล่อย CO2 101-120 g/km:
-ปี 2569-70 = 9%
-ปี 2571-72 = 11%
-ปี 2573 = 13%
3.3 ปล่อย CO2 121-150 g/km:
- ปี 2569-70 = 14%
- ปี 2571-72 = 16%
- ปี 2573 = 18%
3.4 ปล่อย CO2 151-200 g/km:
- ปี 2569-70 = 19%
- ปี 2571-72 = 21%
- ปี 2573 = 23%
3.5 ปล่อย CO2 > 200 g/km:
- ปี 2569-70 = 24%
- ปี 2571-72 = 26%
- ปี 2573 = 28%
3.6 กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์: เช่น นำเข้า
ปล่อยCO2 ≤ 150
- ปี 2569-72 = 15%
- ปี 2573 = 20%
ปล่อย CO2 > 150
- ปี 2569-72 = 25%
- ปี 2573 = 30%
3.7 เครื่องยนต์ > 3,000 CC = 40%
🟩 หากเข้าร่วมโครงการ HEV ของ BOI และลงทุนเพิ่มเติม เป็นไปตามเงื่อนไข ได้รับอัตราต่อเนื่อง
ตั้งแต่ 2569-2575 : เรทเดียว คือ
- ปล่อย CO2 < 100g/km: 6%
- ปล่อย CO2 101-120g/km: 9%
เงื่อนไขการลงทุนและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (ปี 2567–2570)
- ต้องมีเงินลงทุนรวม ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท
- การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
• ต้องใช้ แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศอย่างน้อยระดับ Pack Assembly
• ต้องใช้ ชิ้นส่วนสำคัญ (High-value e-Parts)* เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน และ ชิ้นส่วนลูกปืนขนาดกลาง เช่น BMS ตามเกณฑ์ที่กำหนด - โรงงานและกำลังการผลิต • ต้องมีโรงงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและสามารถรักษากำลังการผลิตของเครื่องจักรได้
• ต้องมีโรงงานประกอบเครื่องยนต์สันดาปหรือชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ อย่างน้อย 4 ใน 5 (4C)** รายการ หรือมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไม่น้อยกว่า 40 % ตามวิธีคำนวณของกรมศุลกากร และเงื่อนไขของกระทรวงอุตสาหกรรม
• ต้องมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) หรือ มีสัดส่วนของพนักงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.75 ของพนักงานทั้งหมดในสำนักงาน (อ้างอิง EV Board วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568) - ด้านความปลอดภัยของยานยนต์ต้องติดตั้งระบบ ADAS ไม่น้อยกว่า 4 จาก 6 ระบบ ตามรายการที่กำหนด
หมายเหตุ *
ชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ มอเตอร์, ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า, และ เกียร์ทดรอบชิ้นส่วนที่มีมูลค่าปานกลาง ได้แก่
(1) BMS
(2) DCU
(3) คอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศสำหรับ BEV
(4) DC/DC Converter
(5) Electrical Circuit Breaker
(6) High Voltage Harness Battery
(7) Cooling System
(8) Regenerative Braking System
หมายเหตุ **
(1) Cylinder Head
(2) Cylinder Block
(3) Crankshaft
(4) Camshaft
(5) Connecting Rod
🟣4. รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
หลักเกณฑ์ คือ
- ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
- มีการผลิตหรือประกอบ แบตเตอรี่ในประเทศ
- มี ADAS 2 ใน 6 (อย่างตามที่ สรรพสามิตกำหนด)
4.1 วิ่งไฟฟ้า (E Range)
≥ 80 กม = 5%
< 80 กม = 10%
4.2 ไม่เข้าเงื่อนไข หรืออื่นๆ เช่น นำเข้า
- ปี 2569-72 = 15%
- ปี 2573 = 20%
4.3 เครื่องยนต์ > 3,000 CC = 30%
(หมายเหตุ: ยกเลิกเงื่อนไขจำกัดถังน้ำมัน 45 ลิตรแล้ว)
🔵 5. รถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
หลักเกณฑ์ คือ
- ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
- ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิต/ประกอบในประเทศ และใช้ชิ้นส่วนสำคัญ
- ต้องมี ADAS 3 ใน 6
3.1 เข้าเกณฑ์เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ด้านบน อัตราภาษี: 2%
3.2 กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ หรืออื่นๆ เช่น นำเข้า อัตราภาษี 10%
🟤 6. รถกระบะ (Pickup)
ใช้ตั้งแต่ 2569-2578
หลักเกณฑ์
- ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
- กำหนดขนาดตัวรถและน้ำหนักบรรทุก
- ADAS 1 ใน 6
- ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิต/ประกอบในประเทศ ในปี 2569–2577และต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ในปี 2578 เป็นต้นไป
(เริ่มบังคับใช้ ADAS ปี 2571 และต้องมีแบตไทยสำหรับรุ่นไฟฟ้า)
6.1 กระบะ No Cab (≤ 3,250 cc):
- ปล่อย CO2 ≤ 185 g/km:
3% (เบนซิน/ดีเซล) | 2% (B20) - ปล่อย CO2 186-200 g/km:
4% (เบนซิน/ดีเซล) | 3% (B20) - ปล่อย CO2 > 200 g/km:
5% (เบนซิน/ดีเซล) | 4% (B20) - เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
6.2 กระบะ Space Cab
(≤ 3,250 cc):
- ปล่อย CO2 ≤ 185 g/km:
4% (เบนซิน/ดีเซล) | 3% (B20) - ปล่อย CO2 186-200 g/km:
6% (เบนซิน/ดีเซล) | 5% (B20) - ปล่อย CO2 > 200 g/km:
8% (เบนซิน/ดีเซล) | 7% (B20) - เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
6.3 กระบะ Double Cab
(≤ 3,250 cc):
- ปล่อย CO2 ≤ 185 g/km:
8% (เบนซิน/ดีเซล) | 6% (B20) - ปล่อย CO2 186-200 g/km:
10% (เบนซิน/ดีเซล) | 9% (B20) - ปล่อย CO2 > 200 g/km:
13 % (เบนซิน/ดีเซล) | 12% (B20) - เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
6.4 กระบะ Double Cab PHEV
- หลักเกณฑ์ = 5%
6.5 กระบะ BEV + หลักเกณฑ์ = 2%
กระบะ BEV นอกเหนือหลักฯ = 10%
⚫️ 7. รถยนต์นั่งอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ (PPV)
หลักเกณฑ์
- ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
- มี ADAS 2 ใน 6
- ตัวถังวางบนแชสซีส์รถกระบะ
7.1 PPV เครื่องยนต์ ≤ 3,250 cc:
- ปล่อย CO2 ≤ 185:
18% (เบนซิน/ดีเซล) | 16% (B20) - ปล่อย CO2 186-200:
20% (เบนซิน/ดีเซล) | 18% (B20) - ปล่อย CO2 > 200: g/km:
25% (เบนซิน/ดีเซล) | 23% (B20)
7.2 PPV (PHEV) + หลักเกณฑ์ = 10%
7.3 เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
🟩 8. รถยนต์ MHEV ไฮบริดแบบไมลด์เป็นระบบไฮบริดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กทำหน้าที่ ช่วยเสริมแรงเครื่องยนต์แต่ ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้
8.1 หากเป็นไปตามเงื่อนไข ได้รับอัตราต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2569-2575 :
- ปล่อย CO2 < 100g/km: 10%
- ปล่อย CO2 101-120g/km: 12%
เงื่อนไขคือ
1) เงินลงทุนช่วงปี / เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ปี 2567–2570
ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท - ปี 2567–2571
ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท
2) การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
- ผู้ผลิตต้องดำเนินการครบทุกเงื่อนไขดังนี้
- ต้องใช้ ชิ้นส่วนการผลิตเครื่องยนต์ในประเทศ อย่างน้อย 4 ใน 5 รายการ
- ต้องใช้ แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ไม่น้อยกว่าระดับ Pack Assembly
- ต้องใช้ ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ • มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor)
• หรือ ชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เสริมแรงขับเคลื่อน
ซึ่งต้องเป็นการผลิตจากผู้ผลิตในประเทศไทย
3) ด้านความปลอดภัย
• ต้องติดตั้งระบบ ADAS ไม่น้อยกว่า 4 จาก 6 ระบบ ที่กำหนดโดยกรมสรรพสามิต
หมายเหตุ : ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 5 รายการ
- Cylinder Head
- Cylinder Block
- Crankshaft
- Camshaft
- Connecting Rod
หลักไม่เป็นไปตามเกณฑ์เงื่อนไข
ต้องจ่าย ตามการปล่อย CO2 ดังนี้
8.2 ปล่อย CO2 < 100 g/km:
- ปี 2569-70 = 13%
- ปี 2571-72= 14%
- ปี 2573 = 15%
8.3 ปล่อย CO2 101-120 g/km:
ปี 2569-70 = 22%
ปี 2571-72 = 24%
ปี 2573 = 26%
🟡 9. รถจักรยานยนต์(Motorcycle)
หลักเกณฑ์ UN75 หรือ สมอ.
9.1 จักรยานยนต์สันดาป (ICE):
- ปล่อย CO2 ≤ 50 g/km:
ปี 69-72 (3%) | ปี 73 (5%) - ปล่อย CO2 51-90 g/km:
ปี 69-72 (6%) | ปี 73 (10%) - ปล่อย CO2 91-130 g/km:
ปี 69-72 (10%) | ปี 73 (15%) - ปล่อย CO2 >130 g/km:
ปี 69-72 (20%) | ปี 73 (25%) - นอกเหนือจากข้างต้น ไม่เข้าเกณฑ์
ปี 69-72 (25%) | ปี 73 (30%)
9.2 จักรยานยนต์ไฟฟ้า (BEV):
แรงดันไฟฟ้า ≥ 48V = 1%
แรงดันไฟฟ้า < 48V = 0%
🛡️ 10. ระบบ ADAS 6 ระบบที่กำหนด
AEB: เบรกฉุกเฉินขั้นสูง
FCW: เตือนการชนด้านหน้า
LKAS: ดูแลภายในช่องจราจร
LDW: เตือนเมื่อออกนอกเลน
BSD: ตรวจจับจุดอับสายตา
ACC: ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
📎 กรมสรรพสามิต และสำนักงานเศษฐกิจอุสาหกรรม
แล้วคนมีรถอยู่แล้วล่ะ? ไม่ต้องตกใจครับ รถที่คุณขับอยู่ไม่ต้องไปจ่ายภาษีเพิ่ม แต่สิ่งที่จะกระทบแน่ ๆ คือ ราคามือสองครับ รถรุ่นไหนที่กินน้ำมัน ปล่อยมลพิษเยอะ ในอนาคตราคาขายต่ออาจจะตกเร็วหน่อย เพราะตลาดกำลังหมุนไปหาเทคโนโลยีใหม่นั่นเอง
และนี่คือสรุปภาพรวมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันแรกของปี 2569 สำหรับผมมองว่า ปีนี้คือปีทองของรถไฮบริดและรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง ใครที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ ลองเช็กสเปกเรื่องการปล่อยไอเสียดี ๆ นะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง