9 วิธีป้องกันรถดับเมื่อขับลุยน้ำท่วม ปลอดภัยหายห่วง ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

11 กันยายน 2567

9 วิธีป้องกันรถดับเมื่อขับลุยน้ำท่วม ปลอดภัยหายห่วง ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่น้ำมาเร็วมากแบบไม่ทันตั้งตัวในวันที่ 10 ก.ย. 67
ปีนี้ถือว่าสาหัสมาก ส่งกำลังใจให้คนแม่สาย เชียงรายนะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัย ♥

วันนี้ 11 ก.ย. 67 #ตู๋ลิ่วล้อ มี 9 วิธีป้องกันรถดับเมื่อต้องขับรถลุยน้ำท่วม
พร้อมเคล็ดลับการขับขี่รถให้ปลอดภัยในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้

ใครเคยเจอสถานการณ์ขับรถลุยน้ำท่วม คงน่าจะเข้าใจถึงความเครียดและความกังวัล
เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการที่รถยนต์ของคุณจะน้ำเข้าเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ดับไปต่อไม่ได้
อาจจะทำให้เกิดอันตรายของผู้ขับขี่เองและผู้โดยสายที่อยู่ในรถด้วย
แต่ถ้าคุณลูกเพจอ่านบทความนี้ อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับเรื่องการขับรถลุยน้ำท่วม

1.หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้ – อย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็น!

การขับผ่านน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องสนุก น้ำที่ดูไม่ลึกอาจซ่อนความอันตรายไว้
หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงถนนที่น้ำท่วม เพราะน้ำลึกและกระแสน้ำแรงอาจทำให้รถของคุณจมหรือถูกน้ำพัดไป
ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้หาทางอ้อมไปยังเส้นทางอื่น

2.สำรวจระดับน้ำ – ลึกแค่ไหนปลอดภัย?

รู้หรือไม่ครับว่าระดับน้ำที่สูงเพียง 15-20 ซม. ก็อาจสร้างปัญหาให้รถของคุณได้!
ถ้าระดับน้ำสูงถึงครึ่งล้อหรือมากกว่านั้น ให้คิดดี ๆ ก่อนตัดสินใจลุย
เพราะน้ำที่ลึกมากกว่า 30 ซม. อาจทำให้คุณควบคุมรถไม่ได้เลยนะ

3.เกียร์ต่ำไว้ก่อน – ลุยน้ำไม่ต้องรีบ!

ในการขับผ่านน้ำท่วม อย่ารีบร้อน! ให้ใช้เกียร์ต่ำและขับไปช้า ๆ
น้ำจะได้ไม่กระเด็นเข้าเครื่องยนต์มากนัก และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในท่อไอเสียได้ด้วย
ไม่เรื่องที่สำคัญไม่ทำให้เป็นคลื่นน้ำสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านด้วย

4.รักษาความเร็วคงที่

ขับช้า ๆ ด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอจะช่วยให้คุณผ่านน้ำท่วมไปได้อย่างปลอดภัย
การเร่งเครื่อวยนต์หรือลดความเร็วอย่างกะทันหันอาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถดับกลางทาง

5.ห้ามหยุดกลางน้ำ – ลุยให้สุด หยุดไม่ได้!

เมื่อคุณลูกเพจอีจันเริ่มขับผ่านน้ำท่วมแล้ว อย่าหยุดรถเด็ดขาด!
การหยุดกลางน้ำทำให้เสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าเครื่องยนต์หรือท่อไอเสีย
ดังนั้นควรลุยให้ถึงปลายทางโดยไม่หยุดพัก หรือถ้าจะหยุดรถกลางคัน
ควรหาที่สันดอนหรือสะพาน ที่น้ำท่วมไม่ค่อยสูงมาก

6.ปิดแอร์ไว้ – ช่วยคุณไม่ให้เครื่องยนต์เสียหาย

ขณะที่คุณลูกเพจอีจันกำลังขับรถน้ำท่วม ไม่ควรเปิดแอร์เด็ดขาด ไม่ว่าน้ำลึกหรือน้ำตื้น
เนื่องจากอาจทำให้เครื่องยนต์ดับ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ
เพราะเวลาเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง
แล้วทำให้เครื่องยนต์ดับ หรือไม่ใบพัดก็จะหมุนขณะที่ลุยน้ำ อาจจะมีขยะต่าง ๆ เข้ามาในห้องเครื่อง
แล้วโดนใบพัดหัก จะไม่สามารถขับรถต่อไปได้

7.ตรวจสอบเบรกหลังพ้นน้ำ – เบรกพร้อม รถปลอดภัย!

หลังจากผ่านน้ำท่วมมาได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการทดสอบเบรก!
ให้ลองเหยียบเบรกเบา ๆ หลาย ๆ ครั้งเพื่อไล่น้ำที่อาจซึมเข้าไปในระบบเบรกออก
เพื่อให้แน่ใจว่ารถของคุณจะสามารถใช้งานเบรกได้อย่างปกติ

8.ระบบไฟฟ้าสำคัญ ตรวจให้ดี!

น้ำท่วมอาจทำให้ระบบไฟฟ้าของรถเสียหาย เช่น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว หรือแม้แต่ระบบสตาร์ทรถ
หลังผ่านน้ำท่วมมาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบระบบไฟฟ้าต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างยังทำงานได้ตามปกติ
เพราะจริง ๆ สัญญาณไฟสำคัญมากอย่าลืมเช็กหลังขับรถลุยน้ำท่วม

9.เช็กเครื่องยนต์ทันที – รถไม่งอแงหลังผ่านน้ำ!

หากเครื่องยนต์มีเสียงผิดปกติหรือรู้สึกว่ารถขับไม่เหมือนเดิมหลังผ่านน้ำ
ให้รีบนำรถเข้าตรวจสอบกับช่างหรืออู่ซ่อมรถที่ใกล้ที่สุดทันที
เพราะอาจมีน้ำเข้าไปในระบบเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องแก้ไขโดยด่วน

น้ำระดับสูงแค่ไหน ไม่ควรขับลุย

ระดับน้ำที่ไม่ควรขับรถลุยคือระดับที่สูงเกินกว่าครึ่งล้อรถ หรือประมาณ 15-20 เซนติเมตร
หากน้ำสูงมากกว่า 30 เซนติเมตร จะถือว่าเสี่ยงมาก เพราะสามารถทำให้รถสูญเสียการควบคุม
และอาจถูกพัดพาได้ นอกจากนี้ รถที่มีความสูงต่ำเช่นรถเก๋งควรหลีกเลี่ยงน้ำท่วมที่สูงระดับนี้อย่างเด็ดขาด

การขับรถลุยน้ำท่วม อาจจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าหากลูกเพจอีจันรู้วิธีป้องกันเบื้องต้น
ขับรถอยู่ในความไม่ประมาทและมีสติในการขับรถลุยน้ำท่วม ก็ไม่ต้องกังวลว่ารถของคุณจะดับกลางทางอีกต่อไป!