Mercedes Benz เปิดตัวอีวี 2 รุ่นล่าสุด EQS SUV และ EQE Sedan บุกตลาดอีวีลัคชัวรี่ไทย
ตู๋ อีจัน
25 สิงหาคม 2567

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในตลาดลัคชัวรี่คาร์ถึง 2 รุ่น ได้แก่ “EQE 300” รถชีดานไฟฟ้าที่เข้ามาเติมไลน์อัพของ EQE ให้ครบทั้งตัวถังแบบซีดานและเอสยูวี รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงจาก Mercedes-AMG พร้อมด้วย “EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic” เอสยูวี Full-Size Luxury 7 ที่นั่ง ที่เข้ามาสานต่อแผนประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นรุ่นที่ 2 ต่อจาก EQS 500 4MATIC AMG Premium



สำหรับในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นแบรนด์ลักชัวรี่แบรนด์แรกที่ประกอบแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเป็นประเทศแรกนอกเยอรมนีที่สามารถประกอบรถอีวีระดับแฟล็กชิพอย่าง “EQS 500 4MATIC” พร้อมเปิดตัวเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้นได้มีการนำเข้าและเปิดตัวอีกหลายรุ่น อาทิ
“EQB 250” “EQE 350 4MATIC SUV” “Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+” “EQS 450+” จนมาถึง 2 รุ่นล่าสุดอย่าง “EQE 300” และ “EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic” และในอนาคต เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เตรียมแผนเปิดตัวโมเดลอื่น ๆ ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศผ่านโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์และรุ่นนำเข้าทั้งคันเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย และเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่ง ในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์และตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยรุ่นที่เปิดตัวล่าสุด EQE 300 และ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic จะมาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 10 ปี หรือไม่เกิน 250,000 km. รวมถึงแพ็คเกจ “Worry Free”
ดาวน์ทุกรุ่น 990,000 บาท และสำหรับรุ่น EQE 300 ผ่อนเริ่มต้นแค่ 39,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 3 ปี
ชาร์จไฟฟรี 1 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งได้ที่ ผู้ให้บริการ “SHARGE” ฟรีค่าบำรุงรักษาและรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี
และราคาอย่างเป็นทางการของ EQE 300 Sedan รถไฟฟ้า 100% อยู่ที่ 3,970,000 บาท
แบตเตอรี่ 89 kW ระยะการวิ่งไกลสุด 651 km.
รองรับการชาร์จ AC กระแสสลับ สูงสุด 11 KW กระแสตรง DC Fast Charging 170 kW
ชาร์จ DC จาก 10-80% ใช้เวลา 32 นาที
ชาร์จ DC 15 นาที วิ่งได้มากถึง 250 km.











และ Highlights ของเจ้า EQE 300 Sedan เวอร์ชั่นไทยคันนี้
ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ลาย
ช่วงล่างแบบ Comfort Suspension
ภายนอกตกแต่งแบบ Electric Art Package
ชุดแต่งรอบคัน Night Package
มือเปิดประตูแบบซ่อน Seamless Door Handles
ไฟหน้า LED High Performance
ไฟท้าย LED Helix Taillights
ภายในตกแต่งแบบ Electric Art Interior
มาตรวัด Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว
หน้าจอกลาง OLED ขนาด 12.8 นิ้ว
รองรับ Apple CarPlay / Android Auto
ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ THERMATIC แยกอิสระ
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light 64 สี
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist
ระบบควบคุมความเร็ว Active Distance Assist DISTRONIC
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Assistance Package
ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Active Lane Keeping Assist
ระบบเตือนเมื่อรถอยู่ในมุมอับสายตา Blind Spot Assist
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด Parking Package
กล้องมองภาพขณะถอยจอด
สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 4 สี
สีขาว Polar White
สีดำ Obsidian Black
สีเงิน Hightech Silver
สีเทา Selenite Grey


และราคาของเจ้า EQS 450 4Matic SUV รถไฟฟ้า 100% อยู่ที่ 5,990,000 บาท แบตเตอรี่ 118 kWh
ระยะการวิ่งได้ไกลสุด 658 km. ได้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ทำพละกำลังแรงม้าได้ถึง 360 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร





แล้ว Highlights ของ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic
เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง
เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อม Memory Seat
เบาะนั่งแถวที่ 2 พับด้วยระบบไฟฟ้า
เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกพับ 50 : 50
ชุดตกแต่งภายนอก AMG BodyStyling
ระบบช่วงล่างแบบ AIRMATIC
ไฟท้าย LED Helix Taillights
ล้ออัลลอย ขนาด 22 นิ้ว AMG Multi-Spoke
โหมดการขับขี่ DYNAMIC SELECT พร้อมโหมด Off-Road
ชุดตกแต่งภายในห้องโดยสาร AMG Line Interior
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light 64 สี
หลังคากระจกบานใหญ่ Panoramic Roof เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
ม่านบังแดดหลังคา เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
เบาะนั่งแบบ Multicontour
เบาะนั่งด้านหลัง Rear Comfort Package ปรับด้วยระบบไฟฟ้า
หน้าจอ Tablet ควบคุมระบบ ที่เบาะนั่ง
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-up Display
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester
รองรับ Dolby Atmos
ลำโพง 15 ตำแหน่ง กำลัง 710 watts
ชุดตกแต่งภายในห้องโดยสาร AMG Line Interior
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light 64 สี
หลังคากระจกบานใหญ่ Panoramic Roof เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
ม่านบังแดดหลังคา เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบเบาะนั่ง ENERGIZING Package Plus
Multicontour
เบาะนั่งด้านหลัง Rear Comfort Package ปรับด้วยระบบไฟฟ้า
หน้าจอ Tablet ควบคุมระบบ ที่เบาะนั่งด้านหลัง Rear Seat Tablet
หน้าจอ MBUX Hyperscreen 3 หน้าจอ
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-up Display
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester ลำโพง 15 ตำแหน่ง กำลัง 710 watts
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 4-Zones
ระบบเลี้ยวล้อหลัง Rear-Axle Steering 4.5 องศา
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package Plus
ระบบช่วยหยุดรถเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน Active Emergency Stop Assist
ระบบกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
ระบบแสดงภาพแบบโปร่งใส Transparent Bonne
สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 4 สี
สีเทา MANUFACTUR Alpine Grey Solid
สีดำ Obsidian Black Metallic
สีขาว MANUFACTUR Opalite White Bright
สีเทา Selenite Grey Metallic






และที่น่าสนใจอย่างมากที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกนอกประเทศเยอรมนี ที่สามารถตั้งโรงงานและประกอบรถยนต์อีวีได้ พร้อมปักหลักระยะยาวต่อสัญญาโรงงานผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย เพิ่มอีก 10 ปี ดึงนวัตกรรมระดับโลกเข้ามาเสริมบุคลากรคนไทยได้เป็นอย่างดี
คราวนี้ก็ต้องรอลุ้นเรื่องของยอดขายแล้วละครับ
ว่าเจ้ารถไฟฟ้า 100% ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะทำยอดขายได้ตามเป้าหรือไม่
ลูกเพจอีจันคนไหนสนใจกันบ้าง คอมเมนต์พูดคุยกันเข้ามาได้เลยครับ