กระทรวงอุตฯ เตรียมมาตรการช่วยเหลือรถยนต์สันดาป รับมือรถยนต์ไฟฟ้าจีนในตลาดยานยนต์ไทย
ตู๋ อีจัน
9 มกราคม 2568

เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุม 208 – 209 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานประจำปี สศอ. OIE Forum ครั้งที่ 16 “Industrial Reform ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่“ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปภายในประเทศ(Internal Combustion Engine: ICE) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนที่เริ่มรุกตลาดไทยด้วยราคาที่แข่งขันได้อย่างดุเดือด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลในตลาดรถยนต์ รวมถึงการสนับสนุนให้ค่ายรถยนต์สันดาปในประเทศสามารถแข่งขันได้ในระยะสั้น พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต


มาตรการช่วยเหลือที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
1. สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D)
กระทรวงจะส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์สันดาป เพื่อลดการปล่อยมลพิษและเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ตอบโจทย์ตลาดในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
2. มาตรการทางภาษีและเงินอุดหนุน
พิจารณาลดภาษีสำหรับผู้ผลิตที่ลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์สันดาป และให้เงินอุดหนุนสำหรับการปรับปรุงสายการผลิตเพื่อเตรียมรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลง
3. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่ายรถยนต์ที่ต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
4.การป้องกันอุตสาหกรรมภายในประเทศ
กระทรวงกำลังศึกษามาตรการปกป้องทางการค้า เช่น การพิจารณาอัตราภาษีนำเข้าที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ
5.การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน
ส่งเสริมการลงทุนในสถานีชาร์จไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เพื่อให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสามารถเติบโตควบคู่กับการพัฒนาของรถยนต์สันดาป
และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ยังย้ำว่า มาตรการเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า แต่เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด และช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพในภาคเศรษฐกิจและแรงงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมและตอบโจทย์สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก