สรุปโศกนาฏกรรมเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มสีคิ้ว ดับ 32 ศพ ย้อนรอยบิ๊กรับเหมาและความรับผิดชอบ

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

15 มกราคม 2569

สรุปโศกนาฏกรรมเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มสีคิ้ว ดับ 32 ศพ ย้อนรอยบิ๊กรับเหมาและความรับผิดชอบ

มหากาพย์สีคิ้ว! เครนรถไฟไฮสปีดถล่มทับ 32 ศพ

เมื่อความประมาทพรากชีวิตบนความหวังแสนล้าน

โครม!!! เสียงสนั่นหวั่นไหวที่บ้านถนนคด อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา มันไม่ใช่เสียงของการก่อสร้างที่ก้าวหน้า แต่มันคือเสียงของมัจจุราชเหล็กที่พังถล่มลงมาทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) แรงกระแทกจากเครนยักษ์ทำให้โบกี้รถไฟบี้แบน ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 32 ราย และบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน นี่คือหนึ่งในโศกนาฏกรรมระบบรางที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

วันนี้เราจะมาแกะรอย ความผิดพลาด ในมหากาพย์โครงการแสนล้านนี้กันครับ

รัฐบาลไหนเป็นคนอนุมัติ? โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (สายอีสาน) เดินทางผ่านหลายยุคสมัยจนมาถึงจุดที่เกิดเหตุสลด

จุดเริ่มต้น แนวคิดถูกผลักดันอย่างหนักในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้โครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน แต่สุดท้ายโครงการถูกระงับไปตามมติศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น

จนกระทั่งยุคของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา (คสช.) ได้มีการปัดฝุ่นโครงการขึ้นมาใหม่ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อเร่งรัดการดำเนินงาน และ ครม. มีมติอนุมัติโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ในวงเงินงบประมาณกว่า 1.7 แสนล้านบาท (ระยะที่ 1)

“บิ๊กรับเหมา” และผู้ควบคุมงาน จุดเกิดเหตุที่ อ.สีคิ้ว คือส่วนหนึ่งของ สัญญาที่ 3-4 (ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด) ซึ่งเป็นช่วงงานโยธาที่มีความซับซ้อนผู้รับเหมาหลัก บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ยักษ์ใหญ่เบอร์ต้นของไทย ผู้ชนะประมูลสัญญาหมื่นล้าน (ประมาณ 9,848 ล้านบาท)

ผู้ควบคุมงาน ไม่ใช่แค่ไทยนะครับ แต่มีที่ปรึกษาจากรัฐวิสาหกิจจีนอย่าง ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (CRIC) และ ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ (CRDC) เป็นผู้ดูแลมาตรฐานเชิงวิศวกรรม

บทเรียนราคาแพง ความประมาทหรือความบกพร่อง?

สิ่งที่สังคมตั้งคำถามคือ มาตรฐานความปลอดภัยในเขตก่อสร้างที่มีการเดินรถจริงทำไมถึงหละหลวม?

  1. การติดตั้งและตรวจสอบ เครนยักษ์ที่ใช้งานมีวิศวกรเซ็นรับรองความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงานในวันนั้นหรือไม่?
  2. Protocol ความปลอดภัย ตามหลักสากล การยกวัสดุอันตรายข้ามทางรถไฟที่มีการเดินรถ ต้องมีการกั้นพื้นที่หรือหยุดรถชั่วคราว แต่เหตุใดรถด่วนขบวนที่ 21 ถึงวิ่งเข้าไปรับแรงกระแทกได้?

ใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ?

งานนี้ “ความเสียใจ” ไม่เพียงพอต่อ 32 ชีวิตที่จากไป บริษัท อิตาเลียนไทย (ITD) ในฐานะนายจ้างและผู้รับเหมาโดยตรง ต้องรับผิดชอบทางแพ่งในการเยียวยาทุกครอบครัว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องถูกสอบสวนทางอาญาหากพบความประมาท

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะเจ้าของโครงการที่ต้องกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด (Safety Audit) ต้องตอบคำถามสังคมให้ชัดว่าปล่อยให้เกิดเหตุนี้ได้อย่างไร

กระทรวงคมนาคม ต้องมีบทลงโทษที่เด็ดขาดกับผู้รับเหมาที่ละเลยมาตรฐาน ไม่ใช่แค่การ สั่งพักงานชั่วคราว แต่ต้องพิจารณาถึงบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อไม่ให้ความสูญเสียแบบนี้เกิดขึ้นอีก

และล่าสุดวันนี้ 15 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 09.00 น. เกิดเหตุเครนก่อสร้าง ทางยกระดับพระราม 2 ขาออก ถล่มลงมากลางถนน ช่วงก่อเข้าจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน และได้มีคำสั่งตรงจากรัฐมนตรกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวว่าเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 เป็นผู้รับเหมาเจ้าเดียวกับเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว เมื่อวานที่ผ่านมา

อีจันขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียและหวังว่านี่จะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งสุดท้ายบนทางรถไฟไทยครับ!