ร่างทรงพญานาค ไม่สนทัวร์ลง ยัน ไม่ได้บ้า แต่มันคือหน้าที่
พลอยรดา อีจัน
4 กันยายน 2567

กลายเป็นไวรัล โซเชียลวิจารณ์ยับ จากกรณี สาวรายหนึ่ง แต่งชุดไทย อ้างว่าตัวเองเป็น “องค์ดำแสนศิริ” ร่างทรงพญานาค โชว์พูดภาษาแปลกๆ และยังอ้างว่าสามารถรักษาคนได้

ล่าสุดหลังจาก “องค์ดำแสนศิริ” ถูกวิจารณ์ยับ แต่ในเฟซบุ๊กของเธอ ยังโพสต์ตอบโต้ ไม่สนทัวร์ลง และยังโพสต์สอนธรรมะ ตามปกติ
เธอบอกว่า การที่เราดัง คือ การเผยแพร่บารมี คือการที่เราโดนทดสอบจากเบื้องบน แล้วคัดกรองคนที่เหมาะสม ที่จะได้รับการช่วยเหลือจากเรา หากใครไม่ศรัทธาก็เชิญป้ายหน้า เพราะเรายังทานข้าวได้ปกติ ยังมีเงินใช้ได้ปกติ และมีลูกศิษย์ลูกหา ที่เขาศรัทธาเราตามปกติ และมีมากขึ้นซะด้วย

ขอบคุณสำหรับสื่อทุกแขนง ที่ทำให้เรากับพระชายาของเรา ได้มีตัวตนขึ้นมา เราไม่ได้สนใจคอมเมนต์ หรือภาษามนุษย์ เรียกว่า ความคิดเห็นส่วนตัว เพราะนั่นคือความคิดเห็นส่วนตัว หาใช่ความคิดเห็นส่วนรวมไม่ เพราะยังมีอีกหลายล้านคน ที่เขาเชื่อและศรัทธาในเรื่องนี้
ศรัทธาของแต่ละคน ไม่สมควรนำมาย่ำยี ชุดที่เราใส่ เป็นชุดที่เราประกอบพิธีกรรม เพราะเราเป็นนายรำพิธีกรรม ส่วนชุดในชีวิตประจำวันหากใครอยากจะรู้ว่าเราใส่ชุดอะไรเรา ใส่ชุดไหมแท้ ตัวแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท

เราใส่ ชุดขาว ทุกครั้งเวลาเราดูดวงให้ใคร เพราะเราถือว่าให้เกียรติครูบาอาจารย์ แค่คนที่เขามาสัมภาษณ์นั้นเขารีเควส อยากได้ชุดนายรำ เพื่อจะดูว่ารายละเอียดของแต่ละอย่าง ในการเป็นนายรำมันต้องทำอย่างไร คงไม่มีใครบ้าแต่ชุดนายรำ และทำพิธีกรรมอยู่ในตำหนัก แล้วทำตัวเป็นพญานาคราชหรือเป็นนาคินีอยู่ทุกวี่ทุกวันหรอก
บ้าไปแล้วคนเขียนข่าว ก็แล้วแต่เขา เพราะเราให้สัมภาษณ์ไปตามตรง เราไม่มีการบิดเบือนใดๆทั้งสิ้นส่วนคนที่จะว่าเราเป็นบ้า ลองมาดูดวงดูกรรมกับเราก่อนไหม ว่าเพราะเหตุใดทำไมหัวใจยังมืดบอดทำไม ยังติดอยู่ในกิเลส ทำไมยังติดขัดนั่นนี่ตลอดเวลา ไม่โล่งเพราะจะทำสิ่งใดก็มีแต่อุปสรรคขัดขวาง เพราะตัวเจ้ายังไม่รู้เลยว่าตัวเจ้าเกิดมาเพื่อสิ่งใด การที่ทำให้เรากับพระชายามีตัวตนนั้น ถือว่าเป็นบุญกุศลยิ่งแล้วสาธุ

และเธอยังได้ แชร์โพสต์คติธรรม พร้อมแคปชั่นว่า มนุษย์มีจิตใจที่น่ารังเกียจ ไม่มีธรรมะในหัวใจ เราจะไม่เกลือกกลั้วกับพวกมัน แต่เรารู้ว่าเราทำสิ่งใดอยู่
พวกมันทำในสิ่งที่มันอยากทำ ก็ปล่อยมันไป แต่เราไม่สนใจ เพราะเรารู้ว่าหน้าที่คือสิ่งใด
เวลาเสนอข่าวแต่ละสื่อนั้น มุมมองของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนก็ดีใจ ที่ได้เจอคนที่สามารถใช้จิตวิญญาณช่วยคนได้ บางคนไม่เข้าใจก็มองว่า ไอ้นี่บ้าไอ้นี่มันงมงาย มันไม่ได้งมงายหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ หน้าที่ที่ต้องทำหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้ หากหลีกเลี่ยงได้ ใครจะอยากมาเป็น

เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล
แต่ต้องเชื่ออยู่บนหลักความจริง นะคะ