เสียงจากด่านหน้า “หมอดิว” ระบาย พร้อมรักษาคนทุกชาติ แต่ รพ.พังหมดแล้ว

เสียงสะท้อนจากด่านหน้า! “หมอดิว กันทรลักษ์” ระบายความอัดอั้น ย้ำ แพทย์ไทยมีจรรยาบรรณ ไม่เลือกปฎิบัติ ลั่น “คุณยิงใส่โรงพยาบาลเรา แล้วจะให้รักษาที่ไหน?”

การไม่เลือกปฎิบัติวิชาชีพ ถือเป็นความเสมอภาคในสังคม.. 

(30 ก.ค. 68) “หมอดิว กันทรลักษ์” แพทย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่าน TikTok @doctorplawan ระบายความอัดอั้น ถึงกรณีข่าวลือ “กัมพูชา” ขอเจรจานำผู้ป่วยเข้ามารักษาในประเทศไทย ยืนยันว่า แพทย์มีจรรยาบรรรณ ไม่ได้เลือกปฎิบัติ พร้อมรักษาคนทุกชาติ ลั่น แต่คุณระเบิดโรงพยาบาลของเรา จนไม่มีความปลอดภัยอยู่แล้ว แม้แต่คนไทย ก็ไม่รู้จะไปรักษาที่ไหนแล้ว แล้วจะให้รับคุณมารักษาที่ไหน เพราะไม่มีที่ให้รักษาแล้ว 

วิดีโอระบุว่า  

สวัสดีจากอำเภอกันทรลักษ์ ในวันที่ 30 ก.ค. 68 แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงเกิดขึ้นแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยระหว่างนี้มีข่าวลือแปลก ๆ รายงานว่า มีการเจรจาขอให้ส่งผู้ป่วยจากฝั่งกัมพูชาเข้ามารับการรักษาในประเทศไทย ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวจริงเท็จแค่ไหน แต่ในฐานะแพทย์ เชื่อมั่นในจรรยาบรรณที่ว่า “แพทย์รักษาคนไข้โดยไม่เลือกสัญชาติ” 

เพียงแต่ “คุณระเบิดโรงพยาบาลของเราไปแล้ว คุณยิงใส่โรงพยาบาลและพลเรือนของเราไปแล้ว ทุกโรงพยาบาลในพื้นที่ ที่คุณโจมตีกลายเป็นพื้นที่อันตราย กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่มีความปลอดภัยอยู่แล้ว” แม้แต่ประชาชนคนไทยเองในพื้นที่ ก็ไม่รู้จะไปรักษาที่ไหนแล้ว แล้วจะให้รับคุณมารักษาที่ไหนมัน เพราะไม่มีที่ให้รักษาแล้ว  

@doctorplawan

แม้แต่ประชาชนในพื้นที่ ก็ไม่มีที่จะรักษาแล้ว

♬ เสียงต้นฉบับ – หมอดิว กันทรลักษ์ – หมอดิว กันทรลักษ์

หมอดิวกล่าวอีกว่า “คุณระเบิดโรงพยาบาลระเบิด บ้านเรือนประชาชน เขาไม่ได้เรียกว่าการปะทะ ไม่ได้เรียกว่าสงคราม เขาเรียกว่าอาชญากรรม” ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน ไม่มีประเทศใดในโลกทำแบบนี้ เพราะฉะนั้น มันไม่มีที่ไหนเหลือให้รับรักษา คนไข้จากฝั่งกัมพูชาแล้ว แม้แต่ประชาชนที่นี่ หลายหมื่นหลายแสนคน ก็ไม่มีที่รักษาแล้ว เพราะคุณยิงใส่โรงพยาบาล สิ่งที่คุณทำมันขาดความเป็นมนุษย์อย่างมาก 

“หยุดยิงให้ได้จริงๆก่อน หยุดโจมตีพลเรือน หยุดยิงใส่โรงพยาบาล แล้วหาสันติวิธีในการอยู่ร่วมกัน” พร้อมทิ้งท้ายด้วยความห่วงใยว่า “ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับพี่น้อง”