ศวส. ชี้ ไทยควรติดฉลากเตือน โรคมะเร็ง-ผลกระทบสุขภาพ บนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

18 มกราคม 2568

ศวส. ชี้ ไทยควรติดฉลากเตือน โรคมะเร็ง-ผลกระทบสุขภาพ บนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

วันนี้ (17 ม.ค.68) รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนม.ค.68 ที่ผ่านมา Dr.Vivek Murthy ประธานองค์กรสาธารณสุขระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกา (US Surgeon General) ได้เรียกร้องให้มีการติดฉลากคำเตือนบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยระบุว่า… 

“แอลกอฮอล์ คือ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคมะเร็ง 7 ชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งช่องปาก มะเร็งคอหอย และมะเร็งกล่องเสียง” 

ซึ่งตนเห็นด้วย และสนับสนุนให้ไทยควรปรับปรุงฉลากคำเตือนให้ครอบคลุมความเสี่ยงโรคมะเร็งและผลกระทบต่อสุขภาพอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพ และช่วยเพิ่มการรับรู้ในหมู่ประชาชนได้อย่างมาก ขณะเดียวกัน ควรสนับสนุนการวิจัยเชิงนโยบายเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนในการสนับสนุนการออกกฎหมายใหม่ และจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่แท้จริงของการบริโภคแอลกอฮอล์  

 “ปัจจุบันฉลากคำเตือนบนผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ในไทย มีข้อจำกัดในด้านความชัดเจน ข้อความเตือนส่วนใหญ่ยังเน้นที่ผลกระทบต่อการขับขี่หรือการตั้งครรภ์ แต่ไม่ระบุข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมะเร็ง การปรับปรุงฉลากควรให้ระบุข้อมูลเชิงลึก เช่น การบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและลำคอ รวมถึงการใช้กราฟิก วางในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องร่วมมือกัน ทั้งภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้น และลดผลกระทบในระยะยาวจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน” รองผู้อำนวยการ ศวส. กล่าว 

นอกจากนี้ รศ.ดร.นพ.พลเทพ กล่าวต่อว่า มีตัวอย่างคือ ไอร์แลนด์เป็นประเทศแรกในยุโรป ที่บังคับใช้ฉลากคำเตือนสุขภาพเกี่ยวกับมะเร็งบนผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ ระบุข้อความเตือนเด่นชัดว่าการดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และยังมีมาตรการควบคุมเพิ่มเติม เช่น 

1. การระบุปริมาณแอลกอฮอล์เป็นหน่วยมาตรฐาน เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงจากการบริโภคได้ง่ายขึ้น  

2. การบังคับให้ฉลากมีตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน เช่น ขนาดข้อความใหญ่ขึ้นและมีการใช้ภาพประกอบ  

3. การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด  

4. การกำหนดให้ฉลากมีขนาดใหญ่ขึ้น และวางในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์  

ด้าน รศ.นพ.รังสรรค์ ภูรยานนทชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า สนับสนุนข้อเสนอของประธานองค์กรสาธารณสุขระดับสูงสุดของสหรัฐฯ ที่ให้ติดฉลากคำเตือนบนผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์อย่างชัดเจนและทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการบริโภคแอลกอฮอล์  

มาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาพประชาชน ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง และส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโทษของแอลกอฮอล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคมะเร็ง เพิ่มภาระให้กับระบบสาธารณสุข และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะผลกระทบของการดื่มสุราไม่เพียงแต่ทำให้เมา ขาดสติ ก่อการทะเลาะวิวาท หรืออุบัติเหตุในระยะสั้น แต่ยังส่งผลต่อระบบอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ หัวใจในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะวิกฤตได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์และส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในสังคม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงและสร้างชุมชนสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รศ.นพ.รังสรรค์ กล่าว 

ขณะที่ ศ.นพ.วรวิทย์ จิตติถาวร หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ในฐานะศัลยแพทย์ พบผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มสุราในหลายมิติ โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้อง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ ซึ่งมักมาพบแพทย์ในระยะลุกลามจนยากต่อการรักษา ประชากรในภาคใต้รวมทั้งในภาคอื่นๆ ของประเทศไทยยังขาดความเข้าใจในความเสี่ยงนี้ 

เลิกได้เลิก เบาได้เบานะคะ เพราะน้ำเมา ทำลายสุขภาพเรา ทุกอึกที่ดื่ม