SONP จับมือ กองทุนสื่อฯ ติวเข้ม Power of Data ยกระดับทักษะการทำงานให้กับสมาชิก ด้วย AI

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จับมือ กองทุนสื่อฯ จัดอบรม Power Of Data เสริมทักษะสมาชิก ยกระดับข่าวคุณภาพด้วยข้อมูลสาธารณะ

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จับมือ กองทุนสื่อฯ จัดอบรม Power Of Data เสริมทักษะสมาชิก ยกระดับข่าวคุณภาพด้วยข้อมูลสาธารณะ

ติดอาวุธคนข่าว! ข้อมูลคือขุมทรัพย์! คนข่าวต้องปรับตัว ยุคนี้แค่เร็วไม่พอ แต่ต้อง “ลึกและจริง”

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดหนักจัดเต็ม! ขนกูรูมาติวเข้มสมาชิกในเวิร์กช็อป “Power of Data เปลี่ยนข้อมูลสาธารณะ เป็นข่าวคุณภาพ” ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่การอบรมธรรมดา แต่เป็นการ “ติดอาวุธ” ให้คนสื่อสู้กับยุค Data-Driven ที่ข้อมูลล้นโลก!

คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการทำงานสื่อถูกเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการนำเสนอตลอดเวลา ทำให้บางครั้งข่าวสารอาจถูกเน้นไปที่ความเร็ว มากกว่าความลึกของเนื้อหา ซึ่งการอบรมหัวข้อ Power of Data จะช่วยกระตุ้นให้สื่อกลับมาทำข่าวเชิงข้อมูล และสามารถสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนอบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม เพื่อให้ผู้รับสารได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่อไป

คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และผู้ร่วมพัฒนา ACT AI บรรยายในหัวข้อ “รู้จักข้อมูลสาธารณะ เรียนรู้วิธีตรวจสอบงบแผ่นดินกับ ACT AI” โดยเปิดเผยว่า ในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาล สื่อมวลชนจำเป็นต้องติดอาวุธด้วยการใช้ข้อมูลเชิงลึกและการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการนำเสนอข่าวจากการรายงานสถานการณ์ทั่วไป สู่การวิเคราะห์ที่สร้างผลกระทบเชิงนโยบาย

อย่างไรก็ตาม AI คือ “ผู้ช่วย” แต่ไม่ใช่ “เจ้านาย” โดยสามารถนำมาใช้ช่วยงานสื่อมวลชนได้ใน 4 ขั้นตอนหลัก คือ 1. การคิดประเด็น ใช้เป็นที่ปรึกษาช่วยหาแง่มุมใหม่ ๆ ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร 2. การหาข้อมูล แต่ต้องระวังและเขียนคำสั่งเพื่อให้มีการยืนยันข้อมูลหรือแหล่งอ้างอิง เพื่อลดปัญหาการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 3. การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ซึ่ง AI มีความสามารถในการอ่านไฟล์ข้อมูลจำนวนหลายล้านหน้าหรือวิเคราะห์ความเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่มากกว่าขีดความสามารถของมนุษย์ และ 4. การนำเสนอ ซึ่งนำมาช่วยการเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้มีรูปแบบที่เข้าใจง่ายมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมากคือ การสร้างข้อมูลเท็จที่ดูสมจริง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในข้อมูลต่าง ๆ ได้

“การทำงานในยุค AI อาจจะเกิดการสร้างข้อมูลเท็จที่ดูสมจริงได้มากกว่าในอดีต เพราะบางครั้งมันจะพยายามตอบเอาใจเรา จนทำให้เราได้รับข้อมูลแบบผิด ๆ ดังนั้นควรตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของข้อมูลทุกครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด”

คุณสุภอรรถ กล่าวย้ำว่า การทำข่าวด้วยข้อมูล ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การสร้างยอดไลก์หรือยอดแชร์ แต่ต้องมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ผ่านกระบวนการตั้งคำถามที่แหลมคม การหาข้อมูลที่ไม่มีใน Google และการเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อให้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่

คุณสุภอรรถ ยังชี้ให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มพลังให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะคดีที่มีเอกสารจำนวนมหาศาลซึ่งมนุษย์อ่านเองไม่ พร้อมแนะนำ 4 หลักการใช้ AI ให้ได้ผลกับงานข่าว ดังนี้

1. กำหนดขอบเขตงานให้ชัด สร้างฐานข้อมูลส่วนตัวเพื่อลดข้อมูลรบกวน

2. เลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน เช่น เครื่องมือที่ทำงานกับไฟล์ในเครื่องได้โดยตรง

3. ตั้งมาตรฐานคำสั่งหรือ Prompt ให้ชัดเจน

4. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสมอ เพราะข้อมูลตั้งต้นมีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

นอกจากนั้นในช่วงบ่ายของการอบรม สมาชิกยังได้ร่วมทำเวิร์กช็อปร่วมกับทีมงาน Rocket Media Lab เพื่อเรียนรู้ทักษะการนำข้อมูลสาธารณะมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน เพื่อนำไปสู่การายงานข่าวที่มีคุณภาพ โดยการอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่กรณีศึกษาที่น่าสนใจจากงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานภายใต้กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสื่อมวลชนในการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน

คุณสันติชัย อาภรณ์ศรี บรรณาธิการ Rocket Media Lab กล่าวตอนหนึ่งว่า การทำงานข่าวด้วยข้อมูล มีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ การสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง และการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย โดยปกติ การทำงานข่าวมักติดกับดักข่าวรายวัน จนไม่มีเวลาทำข้อมูลเชิงลึก ซึ่งข้อมูลที่ผ่านการจัดระเบียบแล้วจะทำหน้าที่เป็นข้อต่อสำคัญ ช่วยให้นักข่าวทำงานได้รวดเร็วและมีน้ำหนักมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาลงมือรวบรวมใหม่ทั้งหมด

คุณสันติชัย กล่าวย้ำว่า การทำงานข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Google แต่รวมถึงการสืบค้นในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลในหอสมุดแห่งชาติ การลงพื้นที่สำรวจ หรือแม้แต่การนำข้อมูลจากไฟล์ต่าง ๆ มารวบรวมจนเกิดเป็นฐานข้อมูลใหม่ และสามารถนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่คนอื่นไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย “ถ้าทุกคนทำข่าวเดียวกันหมด โดยไม่มี Originality ข่าวของเราก็จะเป็นแค่ขยะดิจิทัล แต่ถ้าเราทำเรื่องที่มีความเป็นต้นฉบับจริง ๆ เราจะเป็นที่เดียวที่คนอยากแชร์และอ้างถึง” คุณสันติชัย กล่าว