สวนดุสิตโพล ชี้ 93% คนไทยสิ้นหวัง มี “โกง” ทุกวงการ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

25 สิงหาคม 2568

สวนดุสิตโพล ชี้ 93% คนไทยสิ้นหวัง มี “โกง” ทุกวงการ

ตลอดปีที่ผ่านมา บนหน้าสื่อเมืองไทย เกิดประเด็นใหญ่กับการทุจริตบนสังคมนับครั้งไม่ถ้วน จนนำไปสู่ ความไม่เชื่อใจ จากประชาชน ล่าสุด สวนดุสิตโพล ได้สรุปผลสำรวจของประชาชน โดยส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน..

(24 ส.ค. 68) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจบทวิเคราะห์ “การทุจริตในสังคมไทย ณ วันนี้” โดยมีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,163 คน ตั้งแต่วันที่ 19-22 สิงหาคม 2568 พบว่า มากกว่า 93.47 มองว่า ปัญหาทุจริตในสังคมไทย มีความรุนแรงมาก ณ ปัจจุบัน

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เห็นว่าปัญหาการทุจริตในสังคมไทย มีความรุนแรงมากถึงร้อยละ 93.47 อีกทั้งยังสะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการทุจริตร้อยละ 78.50 ส่วนความกังวลเกี่ยวกับรูปแบบการทุจริต กลุ่มตัวอย่างกังวล การทุจริตด้านงบประมาณภาครัฐมากที่สุด ร้อยละ 86.93 ตามมาด้วยกิจการศาสนาและ มูลนิธิ ร้อยละ 69.48 จากผลโพลสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหา และยังไม่มั่นใจในกลไกการจัดการปัญหาการทุจริต โดยเฉพาะประเด็นการใช้งบ ประมาณภาครัฐและกิจการที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องร้อนอยู่ในขณะนี้ รัฐจึงต้องเร่งสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นผ่านกระบวนการจัดการปัญหาอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

ภาพประกอบ

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 68.96 มองว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ ขณะที่อีก ร้อยละ 31.04 เชื่อว่ายังพอแก้ไขได้บ้าง ส่วนแนวทางในการป้องกันและปราบปราม ประชาชนเน้นย้ําให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสถึงร้อยละ 69.91 นอกจากนี้ ความในใจที่สะท้อนออกมามากที่สุดคือการทุจริตมีอยู่ในทุกวงการ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรศาสนา จึงควรเร่งแก้ไขโดยด่วน ร้อยละ 43.38 จากผลส่วนนี้ชี้ว่า ประชาชนยังคาดหวังการแก้ปัญหาการทุจริตและต้องการให้มีแนวทางที่เป็นรูปธรรม ทั้ง การเปิดเผยข้อมูล กฎหมายที่เข้มงวด และการมีส่วนร่วมของสังคม เพื่อสร้างระบบที่ โปร่งใสและลดวงจรอุปถัมภ์ที่เป็นต้นตอของปัญหา

ข้อค้นพบที่สำคัญ ดังนี้ :

93.47% ปัญหาทุจริตในสังคมไทยรุนแรงมาก

78.50% ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบและลงโทษ

86.93% กังวลเรื่องการทุจริตงบประมาณภาครัฐ

68.96% คิดว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้

69.91% ทุกหน่วยงานควรเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

43.38% การทุจริตมีอยู่ในทุกวงการควรเร่งแก้ไข

ด้าน อาจารย์ ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก อาจารย์ประจําหลักสูตรนิติศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้กล่าวถึงผลสำรวจครั้งนี้ ระบุว่า ผลสํารวจชี้ให้เห็นสภาวะที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ประชาชนกว่า 93% มองว่าการทุจริตมีความรุนแรง และกว่า 78% ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการ ตรวจสอบและลงโทษผู้กระทําผิด ความกังวลใหญ่ที่สุดอยู่ที่การใช้งบ ประมาณภาครัฐ แต่สิ่งที่สะท้อนความบอบช้ําของสังคมได้อย่างลึกซึ้งกว่า นั่นคือ การที่ประชาชนถึง 69.48% แสดงความกังวลต่อ “การทุจริตใน แวดวงศาสนาและมูลนิธิ” อันเป็นสถาบันที่ควรเป็นแหล่งบ่มเพาะศีลธรรม และคุณธรรมของสังคม การที่สถาบันซึ่งควรเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจยัง ไม่อาจรอดพ้นจากข้อครหาการทุจริต ย่อมสะท้อนว่า “การทุจริตได้หยั่งราก ล็กในทุกหย่อมหญ้า” ไม่มีพื้นที่ใดที่ปลอดภัยแม้แต่ในศาสนสถาน ผลลัพธ์ เช่นนี้มิใช่เพียงการรับรู้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่คือความสิ้นหวังที่ประชาชน เริ่มมีต่อทุกสถาบันของสังคม ไม่ว่าจะเป็นรัฐ การเมือง หรือแม้แต่ศาสนา เมื่อประชาชนหมดศรัทธาต่อทั้งระบบการตรวจสอบและสถาบันที่ควรเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณ ย่อมทําให้ความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง ค่าเดือนสําคัญจากผลโพลครั้งนี้คือ หากสังคมไทยยังปล่อยให้วัฒนธรรมการทุจริตหยั่งรากลึก การสร้างนิติรัฐและความยุติธรรม แท้จริงย่อมเป็นเพียงความฝันที่ห่างไกล

ขณะที่ นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า “ผลสํารวจสะท้อนว่าปัญหาการ ทุจริตยังคงเป็น “เงามืด” ที่ ปกคลุมสังคมไทย ศาสนาซึ่งเคย เป็นที่พึ่งทางใจก็ยังไม่พ้นข้อครหา เรื่องการทุจริต ยิ่งเมื่อประชาชนต้อง พบข่าวทุจริตทั้งเล็กและใหญ่แทบ ทุกวัน ยิ่งตอกย้ําให้เห็นว่าปัญหานี้รุนแรง และไร้ความเชื่อมั่นต่อการ แก้ไข หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ในที่สุดปัญหาการทุจริตอาจกลายเป็นแรงกดดันรุมเร้าจนสั่นคลอนรัฐบาลก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูล : สวนดุสิตโพล