นิด้าโพล ชี้ คนไทยพอใจ “กองทัพ” ปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา
บวรวัฒน์ อีจัน
20 ตุลาคม 2568

นับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชา ที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องมาจากปัญหาข้อพิพาทด้านพรมแดน จนนำไปสู่การ Take Action ของกองทัพไทย ที่ลุยด่านหน้า ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยสุดกำลัง นั้น

(19 ต.ค. 68) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ต่อเรื่อง “คนไทย ยังอดทนอยู่หรือเปล่า?” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพอใจและความกังวลของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยการสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความพอใจต่อบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ จากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา พบว่า
1. กองทัพ
ร้อยละ 53.67 ระบุว่า พอใจมาก
ร้อยละ 34.20 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
ร้อยละ 9.54 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
ร้อยละ 2.44 ระบุว่า ไม่พอใจเลย
ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
2. กระทรวงการต่างประเทศ
ร้อยละ 34.66 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
ร้อยละ 31.83 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
ร้อยละ 16.95 ระบุว่า ไม่พอใจเลย
ร้อยละ 14.43 ระบุว่า พอใจมาก
ร้อยละ 2.13 ระบุว่า ไม่ตอบ/ ไม่สนใจ
3. รัฐบาลไทย
ร้อยละ 38.32 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
ร้อยละ 26.03 ระบุว่า ไม่พอใจเลย
ร้อยละ 25.80 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
ร้อยละ 9.62 ระบุว่า พอใจมาก
ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงความอดทนของประชาชนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ พบว่า
ร้อยละ 40.53 ระบุว่า ยังมีความอดทนอยู่พอประมาณ
ร้อยละ 24.43 ระบุว่า หมดความอดทนแล้ว
ร้อยละ 19.69 ระบุว่า เริ่มไม่ค่อยมีความอดทนแล้ว
ร้อยละ 14.74 ระบุว่ายังมีความอดทนสูงอยู่
ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึง เรื่องที่ประชาชนมีความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ โดยภาพรวมของประชาชนทั้งประเทศ พบว่า
ร้อยละ 44.05 ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อยาวนานไม่จบ
ร้อยละ 41.76 ระบุว่า สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน
ร้อยละ 31.15 ระบุว่า สถาพความเป็นอยู่เจ้าหน้าที่รัฐ อาสาสมัคร ทหาร ตำรวจ ตามแนวชายแดน
ร้อยละ 21.15 ระบุว่า การรบกันอีกระหว่างไทย-กัมพูชา
ร้อยละ 18.32 ระบุว่า ไม่กังวลอะไรเลย
ร้อยละ 18.24 ระบุว่า ไทยจะเสียดินแดน
ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจชายแดน จากการปิดด่านระยะยาว
ร้อยละ 12.06 ระบุว่า ประเทศมหาอำนาจจะแทรกแซง
ร้อยละ 8.55 ระบุว่า การพลาดท่าให้กัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ
ร้อยละ 7.79 ระบุว่า รัฐบาลจะไม่เปิดไฟเขียวอย่างเต็มที่ให้กองทัพแก้ไขปัญหา
ร้อยละ 6.79 ระบุว่า รัฐบาลจะตัดสินใจเปิดด่าน ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ
ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของนักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ บางคนจะสร้างความได้เปรียบให้กัมพูชา
ร้อยละ 0.91 ระบุว่า มวลชนกลุ่มต่าง ๆ จะขวางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชน ต่อแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา พบว่า
ร้อยละ 35.19 ระบุว่า กดดันทางเศรษฐกิจ เช่น การปิดด่านต่อไปอย่างจริงจัง งดการนำเข้าส่งออกในทุกกรณี
ร้อยละ 33.97 ระบุว่า ทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่เสียดินแดนและไม่เสียเปรียบให้กัมพูชา
ร้อยละ 24.81 ระบุว่า เปิดเจรจาทางการทูตสองฝ่ายอย่างจริงจัง
ร้อยละ 22.06 ระบุว่า รัฐบาลต้องเปิดไฟเขียวอย่างเต็มที่ให้กองทัพแก้ไขปัญหา
ร้อยละ 21.68 ระบุว่า รัฐบาลต้องเยียวยา ดูแล ประชาชน ภาคธุรกิจ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
ร้อยละ 20.99 ระบุว่า รบจนกว่าจะได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จหรือได้เปรียบกัมพูชา
ร้อยละ 11.22 ระบุว่า ป้องกันอย่าให้ประเทศมหาอำนาจเข้าแทรกแซง
ร้อยละ 9.92 ระบุว่า กดดัน ฟ้องร้องและประณามกัมพูชาผ่านกลไกระหว่างประเทศ และทำอย่างไรก็ได้ แต่ขออย่าให้มีการสู้รบกัน ในสัดส่วนที่เท่ากัน
ร้อยละ 6.41 ระบุว่า ให้มีประเทศที่สามเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ร้อยละ 2.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ร้อยละ 2.21 ระบุว่า แทรกแซงการเมืองภายในประเทศกัมพูชาเพื่อล้มอำนาจ ฮุน เซน และรัฐบาล ฮุน มาเนต
ร้อยละ 1.37 ระบุว่า ใช้กลไกศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตามข้อเรียกร้องของกัมพูชา
ร้อยละ 1.07 ระบุว่า เปิดด่านทั้งหมดเพื่อให้เศรษฐกิจชายแดนเข้าสู่ภาวะปกติ
แล้วลูกเพจคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ?
ขอบคุณข้อมูล : นิด้าโพล (NIDA Poll)