นับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชา ที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องมาจากปัญหาข้อพิพาทด้านพรมแดน จนนำไปสู่การ Take Action ของกองทัพไทย ที่ลุยด่านหน้า ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยสุดกำลัง นั้น

(19 ต.ค. 68) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ต่อเรื่อง “คนไทย ยังอดทนอยู่หรือเปล่า?” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพอใจและความกังวลของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยการสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความพอใจต่อบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ จากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา พบว่า
1. กองทัพ
ร้อยละ 53.67 ระบุว่า พอใจมาก
ร้อยละ 34.20 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
ร้อยละ 9.54 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
ร้อยละ 2.44 ระบุว่า ไม่พอใจเลย
ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
2. กระทรวงการต่างประเทศ
ร้อยละ 34.66 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
ร้อยละ 31.83 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
ร้อยละ 16.95 ระบุว่า ไม่พอใจเลย
ร้อยละ 14.43 ระบุว่า พอใจมาก
ร้อยละ 2.13 ระบุว่า ไม่ตอบ/ ไม่สนใจ
3. รัฐบาลไทย
ร้อยละ 38.32 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
ร้อยละ 26.03 ระบุว่า ไม่พอใจเลย
ร้อยละ 25.80 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
ร้อยละ 9.62 ระบุว่า พอใจมาก
ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงความอดทนของประชาชนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ พบว่า
ร้อยละ 40.53 ระบุว่า ยังมีความอดทนอยู่พอประมาณ
ร้อยละ 24.43 ระบุว่า หมดความอดทนแล้ว
ร้อยละ 19.69 ระบุว่า เริ่มไม่ค่อยมีความอดทนแล้ว
ร้อยละ 14.74 ระบุว่ายังมีความอดทนสูงอยู่
ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึง เรื่องที่ประชาชนมีความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ โดยภาพรวมของประชาชนทั้งประเทศ พบว่า
ร้อยละ 44.05 ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อยาวนานไม่จบ
ร้อยละ 41.76 ระบุว่า สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน
ร้อยละ 31.15 ระบุว่า สถาพความเป็นอยู่เจ้าหน้าที่รัฐ อาสาสมัคร ทหาร ตำรวจ ตามแนวชายแดน
ร้อยละ 21.15 ระบุว่า การรบกันอีกระหว่างไทย-กัมพูชา
ร้อยละ 18.32 ระบุว่า ไม่กังวลอะไรเลย
ร้อยละ 18.24 ระบุว่า ไทยจะเสียดินแดน
ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจชายแดน จากการปิดด่านระยะยาว
ร้อยละ 12.06 ระบุว่า ประเทศมหาอำนาจจะแทรกแซง
ร้อยละ 8.55 ระบุว่า การพลาดท่าให้กัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ
ร้อยละ 7.79 ระบุว่า รัฐบาลจะไม่เปิดไฟเขียวอย่างเต็มที่ให้กองทัพแก้ไขปัญหา
ร้อยละ 6.79 ระบุว่า รัฐบาลจะตัดสินใจเปิดด่าน ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ
ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของนักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ บางคนจะสร้างความได้เปรียบให้กัมพูชา
ร้อยละ 0.91 ระบุว่า มวลชนกลุ่มต่าง ๆ จะขวางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชน ต่อแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา พบว่า
ร้อยละ 35.19 ระบุว่า กดดันทางเศรษฐกิจ เช่น การปิดด่านต่อไปอย่างจริงจัง งดการนำเข้าส่งออกในทุกกรณี
ร้อยละ 33.97 ระบุว่า ทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่เสียดินแดนและไม่เสียเปรียบให้กัมพูชา
ร้อยละ 24.81 ระบุว่า เปิดเจรจาทางการทูตสองฝ่ายอย่างจริงจัง
ร้อยละ 22.06 ระบุว่า รัฐบาลต้องเปิดไฟเขียวอย่างเต็มที่ให้กองทัพแก้ไขปัญหา
ร้อยละ 21.68 ระบุว่า รัฐบาลต้องเยียวยา ดูแล ประชาชน ภาคธุรกิจ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
ร้อยละ 20.99 ระบุว่า รบจนกว่าจะได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จหรือได้เปรียบกัมพูชา
ร้อยละ 11.22 ระบุว่า ป้องกันอย่าให้ประเทศมหาอำนาจเข้าแทรกแซง
ร้อยละ 9.92 ระบุว่า กดดัน ฟ้องร้องและประณามกัมพูชาผ่านกลไกระหว่างประเทศ และทำอย่างไรก็ได้ แต่ขออย่าให้มีการสู้รบกัน ในสัดส่วนที่เท่ากัน
ร้อยละ 6.41 ระบุว่า ให้มีประเทศที่สามเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ร้อยละ 2.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ร้อยละ 2.21 ระบุว่า แทรกแซงการเมืองภายในประเทศกัมพูชาเพื่อล้มอำนาจ ฮุน เซน และรัฐบาล ฮุน มาเนต
ร้อยละ 1.37 ระบุว่า ใช้กลไกศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตามข้อเรียกร้องของกัมพูชา
ร้อยละ 1.07 ระบุว่า เปิดด่านทั้งหมดเพื่อให้เศรษฐกิจชายแดนเข้าสู่ภาวะปกติ
แล้วลูกเพจคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ?
ขอบคุณข้อมูล : นิด้าโพล (NIDA Poll)
