พระปกเกล้าโพล ชี้ 26.2% คนไทยยังไม่มีนายกฯ ในใจ แต่หนุน “เท้ง” เหนือ “หนู”
บวรวัฒน์ อีจัน
22 มกราคม 2569

นับถอยหลังอีกแค่ 2 สัปดาห์ ที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งเปลี่ยนโฉมรัฐบาลไทย ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ (เลือกตั้งล่วงหน้า) และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 (เลือกตั้งทั่วไป) เช่นเดียวกับ พรรคการเมืองต่าง ๆ เดินหน้าหาเสียง หวังมัดใจประชาชนด้วยนโยบายเด็ด แต่ถึงอย่างนั้น ณ เวลานี้ ผลสำรวจยังมองว่า คนไทยยังไม่มีนายกฯ ในดวงใจ

(21 ม.ค. 69) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจในหัวข้อ “เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคน ใหม่ในสายตาของประชาชน” โดยทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 8 – 11 ม.ค. 2569 ดังนี้
1. ผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนกว่า 1 ใน 4 ยังไม่เห็น “ตัวเลือกที่ใช่” ที่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง
26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม
18.8% นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
16.9% นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
10.9% ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)
10.2% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสะท้อน “ความลังเล” แต่คือ ช่องว่างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชน กับผู้นำทางการเมือง มากกว่าปัญหาขาดตัวบุคคล

2. ผลสำรวจชี้ว่า สัดส่วนคนยังไม่ตัดสินใจ “สูงทุกเจเนอเรชั่น”
Gen Y (28-43 ปี) ยังไม่ตัดสินใจสูงสุด (29.5%)
Gen X (44-59 ปี) 25.9%
Gen Z (18-27 ปี) 24.5%
Baby Boomer (60 ปี ขึ้นไป) 24.5%
สะท้อนความไม่แน่ใจที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรุ่นใหม่ แต่เกิดในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะ Gen Y ซึ่งเป็นวัยทำงานหลักของประเทศ
3. ผลสำรวจชี้ว่า เลือกผู้นําตามเจน คนรุ่นใหม่เลือก “ผู้นํารุ่นใหม่” คนรุ่นก่อนยังเลือก “ประสบการณ์”
Gen Z (33.8%) / Gen Y (19.6%) เทคะแนนให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มากที่สุด
Gen X (21.2%) / Baby Boomer (20.4%) เทคะแนนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มากที่สุด
สะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่มองหาความเปลี่ยนแปลง ความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง ความจริงใจ และความโปร่งใส ในขณะที่ คนวัยทํางาน สูงวัย มองหาความมั่นคง ประสบการณ์และความสามารถในการบริหาร

ทั้งนี้ ผลสํารวจชี้ชัดว่า การเลือกตั้ง 2569 ยังเป็น “สนามเปิด” และชัยชนะจะไม่เกิดจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะ ประชาชนจํานวนมากในทุกเจเนอเรชั่น ยังไม่ปิดประตูการตัดสินใจ กลุ่ม “ยังไม่เลือก” คือ ตัวแปร ชี้ขาดผลเลือกตั้ง ดังนั้น โจทย์ใหญ่ของพรรคเมือง จึงไม่ใช่การเลือกข้างรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ต้อง..
1. ทําให้เห็นบทบาทความเป็น “ผู้นําที่เชื่อมความหวังของคนรุ่นใหม่ กับความกังวลของคนรุ่นก่อน”
2. หันมาพูดกับคนที่ยังลังเล ด้วยเหตุผลและข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนความรู้สึก “ยังไม่แน่ใจ” ให้เป็น “กล้าให้โอกาส”
3. ออกแบบผู้นําและนโยบายอย่างไร ให้ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน

ขอบคุณข้อมูล : KPI Poll