รวมไทยสร้างชาติ ปราศรัยใหญ่ “พีระพันธุ์” ชูนโยบาย ลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท  

หาเสียงโค้งสุดท้าย! “รวมไทยสร้างชาติ” จัดปราศรัยใหญ่ “พีระพันธุ์” ชูนโยบายเด็ดจุดยืนการเมืองสีขาว ลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท ดึงกำไรทุนใหญ่คืนประชาชน พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า ย้ำ “อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน”

ลดค่าไฟ ลดน้ำมัน เพิ่มเงินในกระเป๋า  

“พีระพันธุ์” ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ขอคะแนนเสียงมาเปลี่ยนประเทศ 

วานนี้ (3 ก.พ.69) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แคมเปญ “เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง” นำโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคคนสำคัญ  

โดยนายพีระพันธุ์ ได้ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด ระบุว่า เมื่อ 2-3 วันมานี้ ในเขตเลือกตั้งที่ 7 กรุงเทพมหานคร ผมได้ปราศรัยไปวันนั้น มีเสียงสะท้อนกลับมาว่าทำไมวันนี้ดุจังเลย ไม่เคยเห็นพีระพันธุ์เวอร์ชั่นนี้ วันนี้เรามาคุยกันว่า ชีวิตเราเลือกเอง เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตจริง เพราะเวลานี้พวกนักเล่นการเมืองจะมาบอกให้ท่านเลือกตามยุทธศาสตร์ แต่สุดท้ายชีวิตท่านก็เหมือนเดิม เพียงแต่มันได้กลับไปเป็นรัฐบาล ไปกินงบประมาณ นั่นแหละคือยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดที่มันไม่เคยบอกประชาชน 

พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคแรกที่ขึ้นป้ายนโยบายว่า ชีวิตของท่านเราจะทำอะไรให้ดีขึ้น แล้วหลังจากนั้นก็มีคนก๊อปปี้ป้ายเราไปทั่ว แต่เขาไม่ยอมพูดอยู่ 2 เรื่อง คือ เรื่องลดค่าน้ำมันกับค่าแก๊ส ในยุคผม ต้นทุนแก๊สหุงต้มอยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม ผมยันราคาไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม นานถึง 2 ปี แต่พอผมพ้นตำแหน่งแค่ 3 เดือน มันขึ้นเป็น 480 บาทเลย ส่วนต่างตรงนี้ใครได้ นี่แหละคือการเลือกแบบยุทธศาสตร์ 

ผมแปลกใจเรื่องเขมร เมื่อก่อนไม่มีใครสนใจปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่วันนี้พูดกันทุกพรรค บางพรรคเอาทหารมาพูด แต่ตอนอยู่ในราชการไม่เห็นเคยออกไปรบ ผมไม่ต้องโหนเขมร ผมอยู่กับทหารบนดินบนทรายมา 20 ปีแล้ว ผมไปเหยียบแผ่นดินภูมะเขือตั้งแต่ไม่มีใครไปเหยียบ ทุกเรื่องที่ผมทำและคิดเป็นนโยบายพรรค กลั่นมาจากประสบการณ์การทำงานการเมือง 30 ปี ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี อำนาจเต็มมือ จะดำเนินการลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย หรือลดลงอีก 50 สตางค์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปี ถ้าคิดเป็นจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ท่านจะมีเงินเหลือในกระเป๋าคนละ 35,520 บาท หรือกว่า 88,800 บาทต่อครัวเรือน ใครอยากก๊อปปี้นโยบายก็ก๊อปไปเถอะ แต่ไม่มีวันก๊อปปี้จิตวิญญาณและความมุ่งมั่นของรวมไทยสร้างชาติได้ 

วันนี้เขาพยายามหลอกให้เลือกแบบยุทธศาสตร์เพื่อแบ่งแยกคนในประเทศว่าใครรักชาติหรือไม่รักชาติ การเมืองมันควรเป็นเรื่องของการทำงาน ไม่ใช่เกมเล่นเอาชนะกัน หรือมาดูด สส. ไปมา ผมทำงานการเมืองมา 34 ปี ไม่เคยซื้อเสียงแม้แต่สลึงเดียว ผมมีความฝันอยากเห็นประเทศไทยสงบสุข พี่น้องอยู่ด้วยความหวัง ไม่ถูกรังแกจากหน่วยงานราชการ 

ปัญหาในประเทศนี้ไม่มีอะไรที่แก้ไม่ได้ อยู่ที่จะแก้ให้เขาหรือเปล่า แผ่นดินนี้ต้องเป็นที่ของคนดี ส่วนคนชั่ว ทุนเทา สแกมเมอร์ และนักการเมืองขี้ช่อ ต้องเอาไปติดคุกกลางทะเล ผมมีแนวคิดจะใช้แท่นขุดเจาะน้ำมันที่เลิกใช้งานแล้ว 191 แท่น มาทำเป็นคุกเพื่อตัดขาดอาชญากรเหล่านี้ออกจากสังคม 

ส่วนเรื่องการศึกษา นโยบายเราคือ อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน เลิกสอบเข้า เพราะมันสร้างความเครียดและเป็นภาระค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่ ผมเคยเจอแม่คนหนึ่งที่พิษณุโลกร้องไห้บอกว่าทำไมนโยบายนี้ไม่มาเร็วกว่านี้ ลูกเขาจะได้ไม่ต้องฆ่าตัวตาย เราจะเปลี่ยน กยศ. เป็น ทุนการศึกษา ให้เด็กทุกคนโดยไม่ต้องกู้ยืม 

ผมยอมรับว่าพรรคเราไม่มีเงิน ไม่มีนายทุน เพราะนายทุนของเราคือผลประโยชน์ประชาชน วันนี้ทุนที่ครอบงำประเทศ ทั้งธนาคาร ทุนพลังงาน มีกำไรรวมกันหลังหักภาษีถึง 1 ล้านล้านบาท นี่คือที่มาของ เศรษฐกิจโรบินฮู้ด ที่รวมไทยสร้างชาติจะดึงเงินจากกำไรมหาศาลเหล่านี้มาคืนให้ประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ 

แม้ป้ายหาเสียงเราจะถูกทำลาย ถูกแกล้ง หรือถูกถอดออกไปเยอะ แต่เรายังสู้ครับ ผมไม่ก้มหัวให้นายทุนไปขอเงินมันเด็ดขาด ถ้าท่านเลือกผมเป็นนายกฯ ชีวิตท่านจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ผมร่างกฎหมายกำกับค้าน้ำมันและกฎหมายสำรองน้ำมันไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว 2 ฉบับ เพื่อให้เรากำหนดราคาน้ำมันเองได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดโลก เหลือเพียงคนลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ คือ นายกรัฐมนตรี เท่านั้น 

วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เข้าคูหา กาเบอร์ 6 ไม่โกหก เลือกกำหนดชีวิตเอง ทั้งบัตรสีชมพูเบอร์ 6 และบัตรสีเขียวผู้สมัครเขต เพื่อให้ชีวิตที่ดีกลับมาเป็นความจริงครับ 

ไม่ว่าจะเลือกใคร กาพรรคไหนก็อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันด้วยนะคะ อนาคตเรา เราเลือกได้