กางสมการรัฐบาลผสม! ลุ้นสูตรลับจับขั้วสีใหม่ปิดดีลเลือก “นายกฯ”

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

8 กุมภาพันธ์ 2569

กางสมการรัฐบาลผสม! ลุ้นสูตรลับจับขั้วสีใหม่ปิดดีลเลือก “นายกฯ”

รายการเจาะลึกทั่วไทย (9MCOT) เมื่อวันที่ 6 ก.พ.  2569 ได้เปิดบทวิเคราะห์ตัวเลขคาดการณ์และสูตรการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ของ 3 นักวิชาการชื่อดัง โดยพบว่ามีความเห็นที่สอดคล้องกันในเรื่องของพรรคประชาชนที่อาจก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แต่มีมุมมองที่ต่างกันในแง่ของสูตรการผสมสีของรัฐบาลชุดใหม่ ดังนี้

ดร.ธนพร ศรียากูล ผอ.สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย มองว่า ให้พรรคประชาชน 150 ที่นั่ง เบียดกับพรรคภูมิใจไทยที่ 145 ที่นั่ง ส่วนพรรคเพื่อไทยตามมาที่ 115 ที่นั่งวิเคราะห์ว่าพรรคประชาชนจะมาอันดับหนึ่ง ถึงแม้จะนำไม่มาก ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดของพรรคประชาชนคือการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย แต่หากพรรคประชาชนตัดสินใจข้ามไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยแทน ดร.ธนพร ถึงกับฟันธงว่า “เตรียมทำบุญ 100 วันได้เลย” ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตที่อาจจะตามมา

ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ฟันธงตัวเลขที่สูงที่สุด โดยให้พรรคประชาชนสูงถึง 160-180 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคภูมิใจไทย 120-140 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทยลดลงมาอยู่ที่ 80-100 ที่นั่ง ยังมองด้วยว่า สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นคุณูประการกับประเทศที่สุดคือ “ส้มผสมน้ำเงินและอาจมีฟ้าผสม“  ซึ่งถูกมองว่าเป็นสมการที่แข็งแกร่งที่สุด

โดยสูตร ส้ม-น้ำเงิน-ฟ้า โดยหากรวมเสียงจากพรรคประชาชนและภูมิใจไทยตามตัวเลขขั้นต่ำ จะได้ถึง 280 เสียง ซึ่งเพียงพอต่อการเป็นรัฐบาลที่มั่นคง แต่หากรวมได้เกิน 300 เสียง จะถือว่าเป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่งมากจนไม่ต้องกังวลเรื่องพรรคเล็กพรรคน้อย,

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ  อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส. 153  ที่นั่ง รองลงมาเป็นพรรคประชาชน 145 ที่นั่ง และอันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 105 ที่นั่ง 

ดร.สติธร มองต่างออกไปว่าโครงสร้างรัฐบาลอาจจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยจะเป็นการรวมตัวของ “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย” และอาจมีพรรคกล้าธรรมหรือประชาธิปัตย์มาร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปในรูปแบบเดิม 

การวิเคราะห์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า พรรคประชาชนมีโอกาสสูงที่จะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ปัจจัยตัดสินอยู่ที่ว่า จะเลือกจับมือกับใคร ระหว่างการสร้างขั้วอำนาจใหม่กับภูมิใจไทย หรือจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องกลับไปสู่โครงสร้างรัฐบาลชุดเดิม ซึ่งทุกฝ่ายต่างมองว่าหากพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 รวมกันได้เกิน 300 เสียง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย