“พรรคประชาชน” ขอโทษแก้ รธน. ไม่สำเร็จ ยัน พร้อมเลือกตั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลง
บวรวัฒน์ อีจัน
12 ธันวาคม 2568

การเมืองไทยส่งท้ายปี 2568 เต็มไปด้วยความวุ่นวาย หลังวานนี้ (11 ธ.ค. 68) การประชุมร่วมรัฐสภาครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วาระร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณามาตรา 256/28 ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือว่าด้วยการคงเสียง สว.1 ใน 3 ในการลงมติผ่านรัฐธรรมนูญ กระทั่ง ในการลงมติ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมโหวตคว่ำ กมธ.เสียงข้างมาก ส่งผลให้ร่างแก้ไขในส่วนดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบ ก่อนที่จะมีความเคลื่อนไหวด้วย การยื่นทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ โดย อนุทิน ชาญวีรกูล นั้น

วันนี้ (12 ธ.ค. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมในการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง และการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังมีความชัดเจนเรื่องการยุบสภา
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา แม้พรรคก้าวไกล จะชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง มีการทำ MOU กับฝั่งพรรคเพื่อไทย แต่ไม่สามารถผลักดันการจัดตั้งรัฐบาลโดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ เนื่องจากมีเสียง สว. และการฉีกข้อตกลง MOU ลง 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ถึง 2 คน โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 2 ปีที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลถูกยุบกลายมาเป็นพรรคประชาชน ผ่านกระบวนการนิติสงครามมามากมาย ทำให้พรรคมองเห็นว่าไม่สามารถที่จะผลักดันประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าไม่เดินหน้าการแก้ไขระบบการเมือง กติกาสูงสุดของประเทศ ให้เป็นกติกาที่เป็นไปตามหลักสากล มีความเป็นประชาธิปไตยเสียก่อน นั่นคือการมุ่งหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จึงเป็นที่มาของพรรคประชาชน ได้มีการทำข้อตกลง MOA กับพรรคภูมิใจไทย แต่ท้ายที่สุดผลจากการลงมติในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวาน รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดที่ได้มีการประกาศยุบสภาไปแล้วโดยนายกฯ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนและพรรคประชาชนเอง รู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่พรรคประชาชนยังผลักดันไม่สำเร็จ และขอโทษต่อประชาชนที่ภารกิจในครั้งนี้ แม้พรรคประชาชนจะผลักดันอย่างเต็มที่แล้วภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองที่เป็นอยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดได้ ในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งหน้า

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวานที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภายังมีมติให้มีคำถามประชามติในครั้งที่ 1 ซึ่งตอนนี้เป็นข้อผูกพันตามกฏหมายตาม พ.ร.บ.ประชามติ ที่ได้ส่งคณะรัฐมนตรีแล้ว หวังว่าคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการตามข้อกฎหมายที่เป็นอยู่ ในการจัดการเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมกับการจัดทำประชามติในส่วนของคำถามที่ 1 เพื่ออย่างน้อยยังทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเดินหน้าได้อยู่
ในส่วนของพรรคประชาชนเอง วันนี้ตนขอประกาศความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตอนนี้พรรคประชาชนมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ ที่ผ่านมาในส่วนของพรรคประชาชนเองที่เดินทางมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ไม่ได้ต้องการตั้งพรรคการเมืองมาทำงานการเมืองเพื่ออยากเข้ามาเป็นรัฐบาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องการได้จำนวนเก้าอี้ สส. ในสภาเพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง พรรคประชาชนเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในช่วงบริบททางการเมืองที่ผ่านมา ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 จนถึงปี 2566 พรรคประชาชนเล็งเห็นแล้วว่าตราบใดที่เสียงของประชาชนยังไม่เข้มแข็งพอ โดยที่พรรคประชาชนซึ่งเป็นยานพาหนะ ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงของประชาชนได้เข้มแข็งพอ ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะระบบกติกาทางการเมืองที่ฉุดรั้งประเทศไทยอยู่ในปัจจุบันได้ ดังนั้น สำหรับภารกิจในครั้งหน้าพวกตนยังมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม พรรคประชาชนเชื่อว่ามีแต่ประชาชนเท่านั้น ที่จะไม่หักหลังประชาชนด้วยกันเอง
ภารกิจของพรรคประชาชนในครั้งต่อไป คือการมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งโดยเอาหลังพิงประชาชนให้มากที่สุด ให้ประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชนมากที่สุด ด้วยชุดนโยบายทั้ง การเปิดตัวคณะผู้บริหารต่อจากนี้ รวมทั้งการประกาศความพร้อมที่จะมีผู้สมัครครบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ เพื่อทำให้พรรคประชาชนเติบโตเข้มแข็งมากเพียงพอที่จะสามารถกำกับทิศทางของรัฐบาลชุดหน้า เพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าไปได้ไกลกว่านี้ได้
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการผิด MOA หรือไม่ ? นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากยึดตามตามข้อตกลง MOA ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็เป็นไปตามเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีให้ เพราะตามข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ MOA ไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดได้ทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่ลงนามอยู่แล้ว ว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบไหน และถ้าย้อนไปดูบันทึกในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญ จะเห็นว่ามีการถกเถียง มีเหตุผลที่แตกต่างหลากหลายจาก สส. แต่ละพรรครวมถึง สว. เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติหลักของ MOA ต้องวางไว้เป็นหลักกว้าง ๆ ที่พรรคประชาชนมีจุดมุ่งหมายนอกจากการยุบสภาโดยเร็วที่สุดแล้ว คือต้องมีการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดด้วย

แต่ในทางปฏิบัติ ตนอยากชวนทุกคนย้อนกลับไปดูว่าตั้งแต่ร่างของกรรมการเสียงข้างมากที่มีตัวแทนจากทุกพรรคที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องของ สว. 1 ใน 3 รวมทั้งมติวิปรัฐบาลที่ออกมาก่อนที่จะมีการลงมติในสภาเมื่อวานที่ผ่านมา ทุกอย่างสอดคล้องกันในทิศทางเดียวกันว่าพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ว่าจะไม่มีเสียง สว. 1 ใน 3 อยู่ แต่ตนเริ่มได้รับทราบข้อเท็จจริงในช่วงเที่ยงของเมื่อวานที่ผ่านมา ว่าท่าทีของพรรคภูมิใจไทยอาจไม่ลงมติตามมติของวิปรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันตั้งคำถามต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง ว่าเหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงเลือกที่จะลงมติสวนต่อมติวิปรัฐบาลของตัวเอง พรรคประชาชนได้แสดงจุดยืนก่อนหน้านี้มาตลอดแล้ว ด้วยการทำงานผ่านกรรมาธิการหรือการประสานงานกันโดยตลอดระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง ว่าพรรคประชาชนไม่สามารถจะยอมรับได้ถ้ามีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ยังคงอำนาจ สว. 1 ใน 3 ไว้อยู่ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการผิดหรือไม่ผิดเอ็มโอเอ ตนอยากให้มีการถามคำถามในเชิงปฎิบัติกับนายกรัฐมนตรีด้วย
ส่วนกระบวนการต่อไปในครั้งหน้า อย่างน้อยเงื่อนไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็คือคำถามที่ 1 ที่จะต้องมีการจัดทำประชามติก่อน ซึ่งตอนนี้รัฐสภาได้ผ่านญัตติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นข้อผูกมัดตามกฏหมายที่คณะรัฐมนตรีรักษาการจะต้องดำเนินการตาม เพราะฉะนั้นความหวังในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่ และในการเลือกตั้งครั้งหน้ายิ่งเสียงของประชาชนเห็นด้วยกับพรรคประชาชนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำเร็จมากขึ้นได้เท่านั้น