ธรรมนัส รับ ยังไม่เจอ “นฤมล” บอก สมองตอนนี้คิดแต่แสงสีเขียว ลั่น อยากคุย “อนุทิน” ต่อหน้า

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 กุมภาพันธ์ 2569

ธรรมนัส รับ ยังไม่เจอ “นฤมล” บอก สมองตอนนี้คิดแต่แสงสีเขียว ลั่น อยากคุย “อนุทิน” ต่อหน้า

การรวมทีมจัดตั้งรัฐบาล ณ ชั่วโมงนี้ ไม่มีใครถูกจับตามองมากเท่า พรรคกล้าธรรม ซึ่งถือเป็นพรรคอันดับ 4 ในการกวาดเก้าอี้ สส. ได้มากจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสที่ว่า อาจไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จากการต่อรองเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ และอีกหลาย ๆ อย่าง นั้น จนถึงตอนนี้ ผู้นำของทั้ง 2 พรรค ยังไม่มีการหารือใด ๆ

วันนี้ (18 ก.พ. 69) เวลา 09.40 น. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เมื่อวานนี้ ว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย เมื่อคืนพอดีตนมีงาน กลับบ้านดึกเลยไม่ได้คุย 
 
กรณีที่ ร้อยเอกธรรมนัส ไม่ได้ร่วมพิธีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา ทั้งที่มีการเลื่อนการประชุม สส.พรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนได้ยกเลิกไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากติดงาน 

วันนี้มีสัญญาณในการพูดคุยหารือกันเป็นอย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ยังยืนยันคำพูดเมื่อวานนี้ไม่มีอะไร ณ เวลานี้สิ่งที่เกิดขึ้นในอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น 
 
พรรคกล้าธรรม เหมือนจะตกลงกระทรวงแล้ว แต่ให้ พรรคภูมิใจไทย พิจารณา ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนของพรรคกล้าธรรมพรุ่งนี้ ประชุม สส. ก่อนที่ตนจะเดินทางไปยุโรป ตอนนี้สมองคิดแต่เรื่องแสงสีเขียว ไม่ได้คิดเรื่องอื่น 
 
ตอนนี้กระแสของพรรคกล้าธรรม กลายเป็นพรรคฝ่ายค้านและไม่ได้ร่วมรัฐบาล ตรงนี้มีคำยืนยันจากพรรคภูมิใจไทยหรือไม่หรือเป็นเพียงการวิเคราะห์กันไปเอง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ทุกอย่างมันมาจากสื่อมวลชน ส่วนสื่อมวลชนจะได้ยินมาจากท่านใดหรือแหล่งข่าวใด ผมไม่ทราบ แต่สำหรับผม ก่อนร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้วผมอยู่ในที่ตั้ง ไม่ได้คุยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมลกับเลขาธิการพรรค  
 
ส่วนที่ ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้มีการสอบถามนายไผ่หรือไม่ ว่ามีการแบ่งกระทรวงอย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าสังเกตตนจะไม่เคยออกหน้างาน มีอะไรจะคุยหลังไมค์กับเพื่อน ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเป็นเรื่องหน้างาน แต่หลังไมค์ตนเชื่อว่ายังไม่มีการคุยอะไรทั้งสิ้น สมมติว่าตนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนจะไม่คุยในเรื่องพวกนี้ มันไวเกินไป ตอนนี้ปัญหาต่าง ๆ การพูดอะไรที่ยังไม่เห็นรูปร่างของ สส. จะผ่าน กกต. จะรับรองหรือไม่ โดยเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อยังไม่นิ่ง 
 
“ดังนั้นการจะคุยอะไรก็ตาม ถ้าตนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนจะนิ่งก่อน ระหว่างนี้ รัฐบาลที่กำลังทำงานอยู่ประชาชน ขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ปัญหามีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องประชาชน ภาพลวงตาความเป็นจริงของสังคม เรารู้ว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ภาพที่ออกมาเดิมพรรคกล้าธรรมเป็นพันธมิตรของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่หลังเลือกตั้งแนวโน้มน่าจะเป็นพรรคแรกที่ร่วมรัฐบาล แต่พรรคภูมิใจไทยเลือกที่จะคุยกับพรรคเพื่อไทยจึงถูกมองว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “เราเจอกันทุกวันอังคาร ทำไมต้องไปนั่งคุยกันหน้างานใช่ไหมครับ 
 
การที่ไปคุยกันที่พรรค มีการแถลงข่าวจับมือ จะทำงานร่วมกัน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่เคยทำแบบนั้น พร้อมย้อนกลับผู้สื่อข่าวว่า พรรคกล้าธรรมเคยทำแบบนั้นหรือไม่ 
 
พรรคกล้าธรรม จะต้องรออย่างเดียวให้เขามาพูด จะไม่ไปพูดก่อนใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรค คือพรรคภูมิใจไทย กับพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคอื่นไม่ได้นั่งอยู่ในรัฐบาล หลักการมีแค่นี้เอง สิ่งสำคัญที่สุด ณ เวลานี้ อยากให้สื่อมวลชนสนใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้กรรมการคือ กกต. จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องบัตรเขย่ง เรื่องบาร์โค้ด ที่สังคมให้ความสนใจ เราน่าจะสนใจมากกว่าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลจะมีไว้มีช้า เวลานี้มีรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอยู่แล้ว
 
การที่ตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจล่วงหน้าวางแผนมาเป็นปี จะไปดูแสงสีเขียวกับครอบครัว 
 
สถานการณ์การเมืองขณะนี้มันยังไม่นิ่ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ จะสังเกตว่าเวลาผมให้สัมภาษณ์ผมจะชิลล์ ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อน 
 
หลายคนแซวว่า การเดินทางไปยุโรปอาจจะเป็นการเดินทางไปพักใจ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ผมเดินทางไปทุกปีช่วงนี้เป็นการไปพักผ่อนแพลนล่วงหน้าอยู่แล้ว 
 
ร้อยเอกธรรมนัส เป็นผู้นำพรรคขณะที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเป็นการประชุมพรรค เป็นการประชุมปกติหลังเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ได้แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง และผู้สมัครแถว 2-3 ต้องพบกับทุกคน พรรคนี้ไม่มีทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย ไม่ใช่สไตล์ของพรรคกล้าธรรม สิ่งสำคัญพรุ่งนี้ ตนจะพูดคุยกับ สส. ก่อนเดินทาง 

เสียงสะท้อนจากว่าที่ สส. อยากให้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่คุย พรุ่งนี้จะเป็นการคุยเรื่องของการเลือกตั้งที่ต้องใช้ระยะเวลา 60 วันในการพิจารณารับรอง สส. และจะเป็นการให้ความรู้ สส.ใหม่ว่า ต้องระวังจะทำอะไรก็ตามในการลงพื้นที่ เพราะว่าหลายคนดีใจเกินไป พอผ่านการเลือกตั้งแล้วลืม กฎระเบียบหรือกติกา ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ว่าสิ่งไหนที่ต้องห้ามสิ่งไหนที่ทำได้เป็นเรื่องสำคัญ 
 
นโยบายสำคัญของพรรคกล้าธรรม คือเรื่องการปฏิรูปที่ดิน เรื่อง สปก. ถ้าสมมติว่าไม่ได้อยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกระทบกับการทำงานของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เพราะว่าเราเอาใจไปผูก จะต้องอยู่ตรงนั้นตรงนี้ทำให้คิดมากแต่การเป็น สส. การเป็นสถาบันการเมือง เราสามารถขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา ผมอยู่รัฐบาลในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ผมเคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อน และทำได้ดีด้วย
 
ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้าน การทำงานของพรรคกล้าธรรมจะกระทบหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สิ่งสำคัญการเป็นนักการเมือง ความสำเร็จอยู่ที่การเลือกตั้ง เลือกตั้งวางเท่าไหร่เราทำได้เท่านั้น ผมพูดเสมอว่า ขอเป็นส่วนหนึ่ง 10-15% ของคนฐานราก ขับเคลื่อนให้ สส. เข้าไปพูดในสภา ถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล จะนำสิ่งที่ที่ตนหาเสียงรับปากประชาชนไว้ นำนโยบายขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม แต่ว่าวันหนึ่ง ถ้าเราไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลได้ เราขับเคลื่อนโดยใช้สภา ซึ่งสภามีคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ในการทำหน้าที่ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำได้หลายอย่าง แต่ถ้าเราอยู่ในรัฐบาล สมมตินะครับ เดี๋ยวไปตีความว่าเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านอีก นี่ 3 วันตื่นเช้ามาดูโทรศัพท์ มีแต่โน่นนี่ 3-4 กระทรวง ซึ่งเราไม่เคยคุย อย่าเอาข่าวไปตีแบบนั้น ไม่ทราบว่าเอาแหล่งข่าวจากไหน แต่สำหรับผมไม่มี 
 
ต่อมา ร้อยเอกธรรมนัส ถามว่าวันนี้จะถามอีกไหม ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า เอาเผื่อสัญญาณเปลี่ยน มีการยกหูโทรศัพท์ ทำให้ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวสั้น ๆ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาว่า สัญญาณโทรศัพท์เปิดตลอดเวลา ไม่ได้เปลี่ยนไปไหน และจะไม่ได้เจอกับนายอนุทินแล้วใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่น่าจะได้เจอเพราะประชุมเสร็จตนก็ไปแล้ว 
 
ส่วนจะมีโอกาสโทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทินก่อนเดินทางไปหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า โทรคุยกันมันไม่เหมือนกับเห็นหน้ากัน

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว