ลุ้นสภาฯ ชี้ชะตา “การเมือง” ถ้าโหวตนายกฯ 5 ก.ย.นี้ ปิดเส้นทาง “ยุบสภาฯ”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
3 กันยายน 2568

วันนี้ (3 ก.ย.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมม (ดีอี) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองภายหลังจากพรรคเพื่อไทยประกาศดำเนินการยุบสภาฯ
นายประเสริฐกล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ 1.ยุบสภาฯ หากมีการยุบสภาฯ จะเกิดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับจากมีหนังสือจากพระราชกฤษฎีกาประกาศ
2.เลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ คือเปลี่ยนรัฐบาล จะไม่มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจัดตั้งรัฐบาลแกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่มีเงื่อนไขพรรคประชาชน ที่ระบุให้ยุบสภาใน 4 เดือน
“หมายความว่าไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม รัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทยอยู่ได้ 4 เดือน แต่ถ้ามีการยุบสภาฯ รัฐบาลรักษาการก็อยู่ได้ 4 เดือน แต่รวมกระบวนการเลือกตั้งใหม่จะอยู่ได้ 8 เดือน ทุกคนจะมีเวลาตั้งหลักในการเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้ง”
สำหรับพรรคเพื่อไทย คาดไม่ถึงถ้าจะต้องเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้งใหม่ กรณีที่มีการยุบสภาฯ ทันที แต่ถ้ายุบสภาฯ แล้วจะมีการเลือกตั้งในอีก 4 เดือน ทุกคนมีเวลาตั้งหลัก ก็เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหวังแค่อย่ามีการเกิดปฏิวัติขึ้นมา
“เรื่องอัศวินขี่ม้าขาว ไม่มีการพูดถึง เรื่องนายกฯ คนนอกไม่มีใครพูดถึง และไม่ได้หาได้ง่ายๆ เพราะหาคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานี้ยากมาก อยู่ได้ไม่นาน อีกทั้งไม่ได้บริหารเต็ม 4 ปี“
นายประเสริฐกล่าวว่า ต้องรอดูการประชุมสภาผู้แทนราษฏรวันนี้ (3 ก.ย.68) ว่าจะมีการเสนอญัตติด่วน เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมวันที่ 5 กันยายน 2568 จริงหรือไม่ ซึ่งต้องจับตาดูเกมในสภา อีกทั้งต้องดูว่ามีการยุบสภาฯ หรือไม่
ซึ่งสุดท้ายก็ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนไม่ช้าก็เร็ว วิธีไหนก็มีรัฐบาล ถ้ามีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ในวันที่ 5 กันยายนนี้ รัฐบาลรักษาการจะเหลือเวลาดำเนินงานไม่เกิด 20 วัน ก่อนจะมีรัฐบาลใหม่
หากประกาศให้มีการยุบสภาฯ รัฐบาลรักษาการจะดำเนินงานได้อีก 4 เดือน และจะมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับจากวันที่มีการประกาศยุบสภาฯ ให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ
“การตั้งรัฐบาล แล้วเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะบริหารได้หรือไม่ อีกทั้งพรรคประชาชนจะโหวตให้แค่ร่างประชามติ และจะเป็นฝ่ายค้าน ร่างอื่นๆ อาจจะเอาหรือไม่เอาไม่รู้ ถ้าเดินหน้าไม้ได้ก็จบ”
ทั้งนี้ สำหรับงานของกระทรวงดีอี ที่อยากขับเคลื่อนในช่วงเวลานี้ ตอนนี้คงจะขับเคลื่อนเรื่องE-Office โดยให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ทุกกระทรวงเดินหน้าเข้าสู่ E-Office เต็มตัว ขณะนี้มีแค่ 5 กระทรวงที่เป็น E-Office แล้ว ส่วนเรื่องศูนย์ AOC ห่วงเรื่องการจัดทำผังข้อมูล หลังจากบูรณาการข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหา ถ้าการทำผังข้อมูลสมบรูณ์ จะทำให้การจัดกาาปัญหาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวลานี้ สิ่งที่กระทบคืองานด้าน AI ที่กำลังจะมีการประชุมบอร์ด AI ถ้าประชุมได้การขับเคลื่อนนโยบายต่อเนื่องจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น”