วันนี้ (13 พ.ค.69) ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 2 (62/2569) มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14–18 พฤษภาคม 2569
ในช่วงวันที่ 14–18 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง จะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 14–18 พ.ค. 69 ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวนี้ไว้ด้วย

จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาที่ปรากฏในเอกสารภาพ มีการพยากรณ์พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย โดยมีรายละเอียดรายวันดังนี้
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569
ในวันนี้คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักกระจายตัวในหลายภูมิภาค
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, น่าน, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์ และตาก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย
- ภาคกลาง: กาญจนบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, กระบี่, ตรัง และสตูล
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569
สถานการณ์ฝนเพิ่มความรุนแรงขึ้น โดยมีการระบุพื้นที่ ฝนตกหนักมาก เพิ่มเติม
ฝนตกหนักมาก: ตาก (ภาคเหนือ), กาญจนบุรี (ภาคกลาง) และเพชรบุรี (ภาคใต้)
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, กำแพงเพชร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ตรัง, สตูล, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569
ฝนตกหนักมาก: ตาก (ภาคเหนือ) และกาญจนบุรี (ภาคกลาง)
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก และกำแพงเพชร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล
วันที่ 17 พฤษภาคม 2569
พื้นที่ฝนตกหนักเริ่มขยับมาทางภาคกลางและภาคใต้ตอนบน:
ฝนตกหนักมาก: กาญจนบุรี (ภาคกลาง), จันทบุรี, ตราด (ภาคตะวันออก), ระนอง และพังงา (ภาคใต้)
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก และกำแพงเพชร
- ภาคกลาง: อุทัยธานี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: ระยอง
- ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล
วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ส่งท้ายช่วงพยากรณ์ด้วยฝนที่กระจายตัวกว้างขึ้นในหลายภาค:
ฝนตกหนักมาก: ตาก (ภาคเหนือ), กาญจนบุรี (ภาคกลาง), จันทบุรี, ตราด (ภาคตะวันออก), ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่ (ภาคใต้)
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ และนครราชสีมา
- ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ชลบุรี และระยอง
- ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ตรัง และสตูล
ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
