เปิดใจ ผู้พบ ‘พลายประตูผา’ หลังอ้างตกมัน เลี่ยงไม่ให้ จนท. ไทยเจอ
แพทตี้ อีจัน
5 กรกฎาคม 2566

‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ ช้างทูตสันถวไมตรีที่ไปอยู่ประเทศศรีลังกา ถูกส่งกลับไทยแล้ว เมื่อวันที่ 2 ก.ค.66 ที่ผ่านมา หลังถูกร้องเรียนว่า ถูกใช้งานอย่างหนัก จนร่างกายดูทรุดโทรม เห็นกระดูกสันหลัง ผิวหนังหยาบ ขาหน้าซ้ายผิดปกติ งอเข่าไม่ได้นานราว 8 ปี มีฝีหนองบริเวณสะโพกขวาและซ้าย ฝ่าเท้าบางเพราะยืนนานเกินไป
ก.ทรัพย์ฯ เคาะ พลายศักดิ์สุรินทร์ กลับไทย 2 ก.ค. แพทย์เผย อาการดีขึ้นเมื่อทราบข่าวพลายศักดิ์สุรินทร์ ทำให้หลายคนเป็นห่วง ‘พลายประตูผา’ ซึ่งเป็นช้าง อีกเชือกหนึ่งที่ไทยส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีให้ศรีลังกาเช่นกัน ที่ถูกนำตัวออกนอกพื้นที่วัด ศรี ดาลาดา มะลิกาวะ (Sri Dalada Maligawa) หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ประเทศศรีลังกา เพื่อเลี่ยงไม่ให้เจอคณะเจ้าหน้าที่ไทย ที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือช้าง โดยอ้างว่าช้างพลายประตูผา มีอาการตกมัน

วันนี้ (5 ก.ค. 66) ดร.ชญาน์นันท์ อัศวธรรมานนท์ อาจารย์ประจำสาขาพระพุทธศาสนา-วิทยาลัยสงฆ์ ชาวไทยที่อยู่ศรีลังกา ให้สัมภาษณ์กับ ‘อีจัน’ เกี่ยวกับประเด็น ‘พลายประตูผา’ ว่า
พลายประตูผาเป็นช้างเชือกแรกที่รัฐบาลไทยส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีให้ศรีลังกา เมื่อปี 2523 (ปัจจุบันอายุ 49 ปี) ซึ่งต่อมา เมื่อปี 2544 รัฐบาลไทยได้มีการส่งช้างอีก 2 เชือก ไปเป็นทูตสันถวไมตรี ได้แก่ พลายศรีณรงค์ และพลายศักดิ์สุรินทร์
หลังจากที่มีข่าวว่า นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะทำงานยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะได้เดินทางไปเยี่ยมพลายประตูผา แต่กลับไม่พบ เนื่องจากทางวัดอ้างว่าช้างกำลังตกมัน ดร.ชญาน์นันท์ จึงได้เดินทางไปเยี่ยมพลายประตูผา พบว่าพลายประตูผาถูกผูกอยู่ในวัดเล็ก ๆ ที่เป็นพื้นที่ของวัดพระเขี้ยวแก้ว แต่มีชื่อวัดอีกชื่อและมีป้ายตั้งไว้ชัดเจนริมถนน ซึ่งต้องนั่งรถห่างจากวัดพระเขี้ยวแก้วประมาณ 10 นาที
โดยพลายประตูผาถูกมัดด้วยโซ่ตรึงไว้ หูเหี่ยวแตกลายจุด ร่างกายมีแผล ขาทุกข้างแผลมากมายเนื่องจากการมัดโซ่ติดต่อกันยาวนาน และพบเชื้อราที่หาง จึงติดต่อขอให้นำยามาทาอย่างเร่งด่วน

ซึ่ง ดร.ชญาน์นันท์ มองว่ายาเพียงขวดเดียวไม่เพียงพอในการดูแลช้าง และควรมีสถานพยาบาลสำหรับดูแลช้างโดยตรง แต่ก็เข้าใจในภาวะเศรษฐกิจประเทศศรีลังกา โดยจากการพูดคุยกับคณะสงฆ์ในวัดพบว่างบประมาณในการเลี้ยงดูช้างนั้นไม่มากพอ หากประเทศไทยช่วยเหลือในเรื่องนี้จะเป็นผลดีอย่างมากในการดูแล ทั้งนี้ต้องรอนางสาวกัญจนา และคณะเดินทางไปตรวจสอบและหาข้อตกลงในการช่วยเหลือช้างพลายประตูผาร่วมกันอีกครั้งในเดือนกันยายน
ดร.ชญาน์นันท์ กล่าวต่ออีกว่า ช้างพลายประตูผาเป็นเพียงช้างท้ายขบวน ที่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในขบวนแห่ และถูกใช้งานมานานหลายสิบปี จึงสมควรที่จะได้รับการปลดเกษียณ โดยฝากให้รัฐบาลจัดการเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว และขอให้เป็นครั้งสุดท้ายในการนำช้างมาไปเป็นทูตสันถวไมตรี
ขณะเดียวกัน ดร.ชญาน์นันท์ ยังเป็นห่วงช้างไทยที่อยู่ในสวนสัตว์ต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากพบว่าไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ทั้งนี้ ‘อีจัน’ จะเสนอในครั้งต่อไป



