ศบก.เตือนตะวันออกกลางยังวิกฤต คนไทยอพยพกลับประเทศแล้ว 1,149 คน
แพทตี้ อีจัน
18 มีนาคม 2569

เดือดไม่หยุด! ตะวันออกกลางปะทะหนัก น้ำมันโลกสะเทือน ไทยเร่งอพยพคนออกพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดเดินทางกลับประเทศแล้ว 1,149 คน
วันนี้ (18 มี.ค.2569) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบยังคงทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง โดยมีรายงานการโจมตีเลบานอนจากอิสราเอล รวมถึงการโจมตีในอิหร่านจากอิสราเอลและสหรัฐ ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ยังคงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้
สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้ยังคงปิดอยู่ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันโลก
นอกจากนี้ สื่อของรัฐบาลอิหร่าน ยืนยันการเสียชีวิตของเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน และผู้บัญชาการกองกำลังภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
เนื่องจากสถานการยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศ จึงยังคงขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานไทย
ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับ เชคญัรรอห์ ญาบิร อัลอะห์มัด อัศเศาะบาห์ รมว.ต่างประเทศรัฐคูเวต และนายอัยมัน อัศเศาะฟะดี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศจอร์แดน โดยได้ขอบคุณทั้งสองประเทศที่ช่วยดูแลคนไทยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเดินทางกลับไทย

นอกจากนี้ ยังได้ย้ำการสนับสนุนมิตรประเทศในภูมิภาค และผลักดันความพยายามทางการทูตเพื่อให้เกิดสันติภาพโดยเร็ว
สำหรับสถานการณ์ในอิหร่าน วานนี้ (17 มี.ค.69) มีคนไทย 2 คน เดินทางออกจากอิหร่านข้ามพรมแดนไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี เรียบร้อยแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวให้การดูแล และมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.69)
นอกจากนี้ ยังมีแผนอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติมในวันที่ 25 มี.ค.69 โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานทั้งในพื้นที่และบริเวณด่านชายแดนตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางทางบกไปขึ้นเครื่องบินที่ตุรกี
ขอให้คนไทยในอิหร่านติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการอย่างใกล้ชิด และผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับให้รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ เนื่องจากมีการประเมินว่าสถานการณ์การโจมตีระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ออกประกาศเตือนให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเมื่อมีสัญญาณเตือนภัย
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในตะวันออกกลาง ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และจัดหาสิ่งของจำเป็น พร้อมประสานสายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือคนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย ทั้งทางอากาศและทางบกผ่านประเทศที่สาม
โดยตั้งแต่เกิดสถานการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศแล้วรวม 1,149 คน รัฐบาลยึดมั่นในการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ
สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ความเสี่ยงยังสูง คนไทยในพื้นที่อย่าประมาท ติดตามข่าวใกล้ชิดกันด้วยนะคะ