สธ. ยัน ยาเหลือสำรองพอ 3 เดือน หากสงครามยืดเยื้อ จ่อดัน “น้ำมันกัญชา” ทดแทน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 มีนาคม 2569

สธ. ยัน ยาเหลือสำรองพอ 3 เดือน หากสงครามยืดเยื้อ จ่อดัน “น้ำมันกัญชา” ทดแทน

สงครามตะวันออกกลาง ที่เกิดขึ้นนาน 3 สัปดาห์ นอกจากสร้างความเสียหายให้พลเรือนของ 3 ประเทศหลักอย่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ยังสร้างความกังวลใจต่อนานาชาติ ที่ได้รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจน้ำมันโลก จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอาจหมายถึง ยาและเวชภัณฑ์อีกด้วย ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงแผนรับมือแล้ว

วันนี้ (18 มี.ค. 69) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับเรื่องความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการประชาชน โดยมอบหมายให้ อย. ติดตามดูแลระบบสำรองยาและเวชภัณฑ์ทั่วประเทศ โดยล่าสุด อย.รายงานว่า วัตถุดิบและยาสำเร็จรูป รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับช่วยชีวิต การผ่าตัดและฉุกเฉิน ยังไม่มีปัญหาขาดแคลน และมีปริมาณสำรองเพียงพอ ใช้อย่างน้อย 3 เดือน

โดยได้จัดทำกรอบรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น 63 รายการ เพื่อติดตามปริมาณคงคลังทุกสัปดาห์ พร้อมหาแหล่งวัตถุดิบยา และเวชภัณฑ์สำรองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตในพื้นที่ขัดแย้ง ทบทวนการกำหนดราคากลางยาจากการที่ต้นทุนราคายาเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งพิจารณาการใช้ภาชนะบรรจุชนิดอื่นทดแทนพลาสติก หรือหาวิธีฆ่าเชื้อ หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุซ้ำ เนื่องจากแหล่งผลิตวัตถุดิบพลาสติกส่วนใหญ่อยู่ในตะวันออกกลาง อำนวยความสะดวกในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือหน่วยบริการทุกแห่ง ไม่สั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์เกินความจำเป็น และเร่งชำระหนี้เวชภัณฑ์ค้างจ่าย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระบบ 

ทั้งนี้ นพ.สมฤกษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการรับมือวิกฤตพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานพยาบาล ได้กำชับทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากวิกฤติน้ำมัน พร้อมจัดทำแผนความต่อเนื่องในการดำเนินการ (BCP) กรณีวิกฤตพลังงานของจังหวัด ตลอดจนเร่งรัดการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้จัดบริการผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง

หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานจนส่งผลต่อยาแผนปัจจุบัน ให้พิจารณาใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร 32 รายการทดแทน ซึ่งครอบคลุมในหลายกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการไข้หวัด (ฟ้าทะลายโจร/มะขามป้อม) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ (เถาวัลย์เปรียง/ครีมไพล) กลุ่มอาการชาจากอัมพฤกษ์-อัมพาต (น้ำมันกัญชา/ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ) และกลุ่มอาการนอนไม่หลับ (น้ำมันกัญชา/ศุขไสยาศน์) เป็นต้น