หมออรพรรณ์ ฟ้องแพทยสภา ปิดกั้นสเต็มเซลล์ ใช้รักษาโรค

พลอยรดา อีจัน

พลอยรดา อีจัน

23 ธันวาคม 2567

หมออรพรรณ์ ฟ้องแพทยสภา ปิดกั้นสเต็มเซลล์ ใช้รักษาโรค

หมออรพรรณ์ เดินหน้า ฟ้องแพทยสภา ปมปิดกั้นหมอและผู้ป่วย ใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคมานาน15ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ 23 ธ.ค. 67 ที่ ศาลปกครอง แพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล หัวหน้ากลุ่มเพื่อแพทย์ เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการแพทยสภา ชุดปัจจุบันรวม 5 ราย กรณีประกาศข้อจำกัดการใช้ “สเต็มเซลล์” รักษาผู้ป่วย โดยมองว่าเป็นการปิดปั้น การรักษา ทั้งที่ผู้ป่วยมีสิทธิ์เลือก

พญ.อรพรรณ์ เผยว่า แพทยสภาได้ออกข้อบังคับ ในการรักษาโรคสเต็มเซลล์ 3 ฉบับในปี 2552 , 2564 และ 2556 ให้รักษาได้เฉพาะโรคเลือดและดวงตา ส่วนโรคอื่นๆ ให้ถือว่าเป็นการวิจัยเท่านั้น และสั่งห้ามเก็บเงินค่ารักษา หากแพทย์ฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดี และร้ายแรงถึงขั้น “เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ” ทำให้แพทย์หลายคน ไม่กล้าใช้สเต็มเซลล์รักษาผู้ป่วย มานาน 15 ปี ต้องตกอยู่ในสภาพ ไม่มีทางออกและขาดโอกาสการรักษา ที่อาจจะช่วยชีวิต

พญ.อรพรรณ์ เผยอีกว่า ผู้ป่วยหลายคนที่ใช้สเต็มเซลล์รักษา เช่น โรคมะเร็งตับ หรือต่อมลูกหมาก ตอนนี้ต้องอยู่ในความไม่แน่นอน เพราะแพทย์ไม่กล้ารักษาแล้ว กฏแบบนี้ไม่เพียงแค่กีดกัน แต่ทำให้ผู้ป่วยเสียสิทธิ์ในชีวิตตัวเอง

สเต็มเซลล์ เป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นความหวังของผู้ป่วยทั่วโลก มีผลวิจัยสนับสนุนอย่างชัดเจน แต่กลับถูกแพทยสภาตราหน้าว่า เป็นการรักษาที่หลอกลวง

พญ.อรพรรณ์ เผยอีกว่า คำว่าหลอกลวงทำให้แพทย์เสียหาย คนไข้เสียโอกาส ประเทศเราก็เสียความน่าเชื่อถือ งานวิจัยที่ทำซ้ำๆ แล้วได้ผลดี ก็ควรนำมาใช้จริง แต่แพทยสภาบอกว่าไม่มีงานวิจัยรองรับ นี่มันล้าหลังเกินไปหรือไม่

เป้าหมายของการฟ้องครั้งนี้ เพื่อให้ศาลปกครองเพิกถอนประกาศที่เกี่ยวข้อง กับการควบคุมการใช้ สเต็มเซลล์ ซึ่งก่อนมีคำพิพากษา ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครอง คุ้มครองชั่วคราว และออกคำสั่งให้ คำสั่งทั้ง 3 ฉบับ ของแพทยสภาไม่เป็นผล จนกว่าจะมีคำพิพากษา เพื่อให้แพทย์ได้ทำงาน และผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษา

พญ.อรพรรณ์ เผยอีกว่า การควบคุมผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ ควรเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ใช่แพทยสภา แพทยสภามีหน้าที่ควบคุมแพทย์ ทำตามจริยธรรมหรือไม่ ไม่มีอำนาจควบคุมผลิตภัณฑ์

แพทย์ไม่มีอิสระในการประกอบวิชาชีพ ถูกบังคับซ้าย บังคับขวา หลายคนตัดสินใจลาออกจากการเป็นแพทย์ ทำให้แพทย์ที่เหลือต้องทำงานหนัก 50-60 ชั่วโมง แพทยสภาคือคนที่ต้องดูแล ได้ใส่ใจหรือไม่

และได้ยื่นคำร้องศาลปกครอง ให้เพิกถอนกฏข้อบังคับที่หมอ 2 ท่าน ออกมาแถลงข่าวว่า การใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคอื่น ถือว่าผิดจริยธรรม ซึ่งหมอ 2 ท่านนี้ ไม่มีอำนาจในการแถลง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

สเต็มเซลล์คือเทคโนโลยีใหม่ ผู้ป่วยหลายคนหวังจะหาย แต่กฏข้อบังคับนี้ เหมือนทำลายความหวังไป ยืนยันไม่ได้ฟ้องเพื่อใคร แต่ฟ้องเพื่อให้ทุกคน ได้มีสิทธิรักษาที่ดีและทันสมัย


12 ปี สู้มะเร็ง ทำไมผม ไม่มีทางเลือก?