สาวงง? เอารถเข้าศูนย์ ไปเคลมสี สุดท้ายชนพังยับทั้งคัน
Pongpang อีจัน
17 สิงหาคม 2565

สาวร้องสื่อ หลังส่งรถเข้าทำสีในศูนย์ แต่ได้รถคืนสภาพพังยับ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวอีจัน ประจำ จ.นครราชสีมา ได้รับเรื่องร้องเรียน จากนางสาวพร้อมสิริ นามมุงคุณ อายุ 31 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง น.ส.พร้อมสิริ ได้เล่าเหตุการณ์ให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา ตนเองได้นำรถเข้าศูนย์บริการแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จากนั้นก็ได้ให้กุญแจไปกับพนักงานรับรถ

โดยในระหว่างที่พนักงานได้ขับรถของตัวเองออกไป ก็ได้ถอยรถไปชนกับรถคันหนึ่งที่อยู่ในศูนย์ จนทำให้เป็นรอยที่บริเวณกันชน แต่ไม่ได้ใหญ่มากตัวเองก็ได้ตกลงกับศูนย์ ทางศูนย์จะรับผิดชอบด้วยการทำสีใหม่ให้ แต่ตนเองต้องการจะใช้รถเพื่อไปต่างจังหวัด จึงไม่ได้แจ้งเคลมกับที่ศูนย์ไว้ แต่มีการนัดหมายกันภายหลัง

และในวันที่ 29 ก.ค. 65 ที่ผ่านมาก็ได้เอารถเข้าไปทำสีตามที่เคยตกลงกันเอาไว้ หลังจากที่ให้รถกับพนักงานเสร็จ ก็ได้มีการนัดหมายกันว่าจะสามารถรับรถคืนได้ในวันที่ 1 ส.ค. 65 ต่อมาในวันที่ 30 ก.ค. 65 ทางศูนย์ได้โทรมาแจ้งว่า รถของตัวเองนั้นเกิดอุบัติเหตุชนท้ายระหว่างที่นำรถไปที่อู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งพอเห็นสภาพรถแล้วตนเองก็รับไม่ได้ เพราะสภาพรถมันพังยับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หลังจากนั้นก็ได้มีการนัดเจรจากับทางศูนย์อีกครั้ง ในวันที่ 1 ส.ค. 65 ในวันที่คุยกันก็มี ผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการทั่วไปอยู่ด้วย ตนก็ได้ยื่นข้อเสนอไปว่าขอเปลี่ยนเป็นรถคันใหม่ เพราะว่ารถของตัวเองนั้นยังใหม่อยู่ ผ่อนรถไปได้แค่ 16 งวดเอง ซึ่งข้อเสนอนี้โดยทางศูนย์ปฎิเสธ ตนจึงได้ยื่นข้อเสนอที่ 2 ว่า ให้ทางศูนย์ไปจัดการรถคันนี้ยังไงก็ได้ แต่ตนขอแค่ศูนย์คืนเงินดาวน์กับค่างวดรถให้กลับมา เพื่อที่จะได้เอาเงินไปซื้อรถคันใหม่ หรือถ้าทางศูนย์อยากให้เราซื้อรถที่ศูนย์เดิม เราก็ยินดีทางศูนย์ก็ยินดีรับข้อเสนอนี้ไปประชุมกับคณะกรรมการ โดยได้มีการนัดหมายในการแจ้งผลการประชุมในวันที่ 9 ส.ค.65

ซึ่งจากการเจรจาครั้งนี้ ทางศูนย์ก็ปฎิเสธข้อเสนอทั้ง 2 ข้อ และศูนย์ได้ยื่นข้อเสนอกลับมาว่า จะซ่อมรถกลับมาเหมือนเดิม พร้อมกับมอบเงินอีก 30,000 บาท และเพิ่มระยะเวลาของประกันรถออกไปอีก 2 ปี ซึ่งตนก็ยังยอมรับไม่ได้ จึงได้ยื่นข้อเสนอข้อที่ 3 ไป ว่า หากยืนยันที่จะให้ตนซ่อมรถคันนี้ตนก็ยินดีที่จะซ่อม แต่ขอค่าเสื่อมของรถที่เกิดจากการชนหนักรวมถึงค่าอื่นๆ เช่นค่าเสียเวลา เสียโอกาส รวมเป็นเงิน 500,000 บาท ซึ่งตนก็ตั้งเอาไว้เผื่อทางศูนย์บริการจะต่อรอง เพราะตนเชื่อว่าคงไม่มีใครให้ราคาตามที่ตนร้องขอไป

ทางศูนย์ก็ได้รับข้อเสนอไปเสนอกับทางคณะกรรมการ และในวันที่ 11 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา ก็ได้โทรติดต่อกลับมาพร้อมบอกว่า ข้อเสนอที่เสนอไปไม่สามารถทำได้ พอได้ยินแบบนั้นตัวเองก็ได้เดินทางไปแจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ และที่มาร้องเรียนผ่านสื่อเพราะคิดว่า คงไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเรื่องนี้ เพราะข้อเสนอที่เสนอไปทั้งหมดก็โดนปฎิเสธ ส่วนข้อเสนอที่ศูนย์เสนอมาเราก็ยอมรับไม่ได้ จนไม่สามารถเจรจากับทางศูนย์บริการแห่งนี้ได้อีกต่อไป

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (16 ส.ค. 65) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังศูนย์บริการดังกล่าวแล้ว ทางศูนย์เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุ พนักงานของศูนย์ กำลังจะนำรถกลับมาที่ศูนย์บริการ เพราะอู่ที่ทำสีอยู่คนละที่กัน และในระหว่างที่ขับรถกลับมา ก็ถูกรถกระบะคันหนึ่งขับรถมาชนท้าย ในระหว่างที่จอดรออยู่ จนทำให้รถคันดังกล่าวไปชนกับคันข้างหน้า จนรถพังเสียหายเหมือนที่เป็นข่าว
พนักงานของศูนย์ได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้ และคนขับรถกระบะก็ได้มีการเว้นเอกสารรับสารภาพแล้วว่าขับรถประมาท จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว จึงขอชี้แจงว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนทำให้รถพังเสียหายนั้น ไม่ได้เกิดจากความประมาทของพนักงานของศูนย์ โดยตอนนี้ทางศูนย์ก็ได้ดำเนินการเกี่ยวกับประกัน เพื่อให้ประเมินความเสียหายของรถว่าจะสามารถขายซากได้หรือไม่ และเตรียมที่จะนัดเจ้าของรถ ที่เป็นผู้เสียหาย เข้ามาเจรจาข้อตกลงกันอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ สำหรับข้อเสนอของทางศูนย์ในเบื้องต้นจะยังคงข้อเสนอเดิมคือซ่อมรถให้ใหม่ทั้งคัน ราคาค่าซ่อมอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาท พร้อมกับยืดระยะเวลาของประกันรถไปอีก 2 ปี รวมเป็น 5 ปี นอกจากนี้เตรียมเสนอเงินค่าทำขวัญเพิ่มเติมให้อีกจำนวนหนึ่ง