สภาฯ ไฟเขียว “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ผ่าน 309 เสียง หลังถกเกือบเดือน

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

21 ตุลาคม 2568

สภาฯ ไฟเขียว “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ผ่าน 309 เสียง หลังถกเกือบเดือน

ในที่สุด “ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ก็ผ่านแล้วค่ะ  

หลังถกมาราธอนเกือบเดือน 

โดยมีมติเอกฉันท์ 309 เสียง เตรียมส่งไม้ต่อ “วุฒิสภา” 

วันนี้ (21 ต.ค.68) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. ในวาระที่ 2 และ 3 ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการมี กฎหมายว่าด้วยการจัดการอากาศสะอาดฉบับแรก ที่มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ โดยมีผู้ร่วมลงมติ 317 เสียง เห็นด้วย 308 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 5 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และจะส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป 

พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นผลจากการบูรณาการร่างทั้งหมด 7 ฉบับ ได้แก่ ร่างของพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน ภาคประชาชน และคณะรัฐมนตรี โดยสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการร่วมกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้ 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ได้เริ่มประชุมนัดแรก โดยมี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้น 2 ชุด เพื่อศึกษากรอบหลักการ โครงสร้างการบริหาร และประเด็นด้านกฎหมายและการบังคับใช้ให้รอบด้าน 

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี 8 เดือน คณะกรรมาธิการฯ ได้จัดประชุมรวม 91 ครั้ง พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เนื้อหากฎหมายมีความรอบคอบและตอบโจทย์ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างแท้จริง 

ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. จะส่งต่อให้ วุฒิสภาพิจารณา ในขั้นตอนต่อไป โดยกฎหมายฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับรอง สิทธิของประชาชนในการหายใจอากาศบริสุทธิ์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหา รวมถึงสร้างกลไกจัดการมลพิษทางอากาศทั้งในประเทศและข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายฉบับนี้จึงนับเป็น “หมุดหมายใหม่” ของประเทศไทย ในการสร้างระบบบริหารจัดการอากาศสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน 

หลังจากผ่านวาระ 3 ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะส่งให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบ ตามลำดับต่อไป 

ที่มา: พรรคเพื่อไทย