แสนเวทนา…เด็กชาย 13 ปี ประสบอุบัติเหตุหนัก เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ได้เห็นชีวิตแสนทรหด ต้องอดมื้อกินมื้อ

แมงปอ อีจัน

แมงปอ อีจัน

27 กุมภาพันธ์ 2569

แสนเวทนา…เด็กชาย 13 ปี ประสบอุบัติเหตุหนัก เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ได้เห็นชีวิตแสนทรหด ต้องอดมื้อกินมื้อ

ชีวิตของเด็กคนหนึ่ง โชคชะตาช่างใจร้าย ชีวิตแสนทรหดน่าเวทนา…

เด็กอายุ 13 ปี ต้องสู้ชีวิต กำพร้าแม่ พ่อทิ้ง ครอบครัวอดมื้อกินมื้อ บางวันต้องอาศัยนอนซอกตึก แสนเวทนา

เรื่องราวชีวิตของเด็กชายวัย 13 ปี แสนน่าเวทนา เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก “หลวงพี่ย้อยมาแล้ว” และ “ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสา โพสต์เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งวัย 13 ปี ประสบอุบัติเหตุรถชนจนได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในตอนนั้นไม่มีใครทราบว่าเด็กเป็นใครมาจากไหน แต่ประสบอุบัติเหตุค่อนข้างรุนแรงจนใบหน้าช้ำบวม เจ้าหน้าที่จึงต้องระดมกำลังช่วยเหลือ จนฟื้นได้สติ และรีบติดต่อหาญาติ

น่าเศร้าใจ… เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อหาญาติพบว่า เด็กคนนี้กำพร้าแม่ ส่วนพ่อไปมีครอบครัวใหม่ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันแล้ว จึงได้ตามหาญาติทางฝั่งแม่ต่อไป และพบว่ามีพี่ชาย อายุประมาณ 17 ปี เดินทางมาเยี่ยมและเฝ้าไข้น้องชาย

เมื่อวานนี้ (26 ก.พ. 69) แพทย์อนุญาตให้เด็กออกจาก รพ.และกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ทางกลุ่มจิตอาสาจึงเดินทางตามไปที่บ้าน พบว่าครอบครัวของเด็กชายคนนี้แสนทรหด บ้านที่เด็กอาศัยเป็นบ้านเช่าเพิงเล็กๆ ที่ป้าจ่ายค่าเช่าเดือนละ 500 บาท แต่บ้านหลังนี้แทบไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปาและเครื่องอำนวยความสะดวกใด สมาชิกที่บ้าน มีคุณป้าที่คอยดูแล อายุประมาณ 50 ปี, ป้าอีกคน ป่วยแขนขาลีบ ไม่สามารถทำงานได้ และมีคุณยายวัยประมาณ 80 ปี นอนป่วยติดเตียงอยู่

ชีวิตของครอบครัวนี้ ลำบากเกินบรรยาย

ล่าสุดวันนี้ 27 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะที่กลุ่มจิตอาสาเข้าเยี่ยมครอบครัวของเด็กผู้บาดเจ็บ ในท้องที่หมู่ หมู่ 6 ซอยสระบัว ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ปรากฏว่าเด็กผู้บาดเจ็บเกิดอาการซ็อคหมดสติ จนกลุ่มจิตอสาต้องรีบนำส่ง รพ.ท่าศาลาให้แพทย์เร่งเยียวยาช่วยเหลือ จนฟื้นคืนสติและอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว  โดยทางกลุ่มจิตอาสาได้ประสานขอความไปยังนายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ  พม.จ.นครศรีธรรมราช

นายธวัฒน์พล ประเสริฐรติกุล เจ้าของเพจ “พี่หลวงย้อยมาแล้ว” ผู้เผยแพร่เรื่องราวของเด็กชายคนนี้ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบพบว่า เด็กผู้บาดเจ็บมีพี่น้องพ่อแม่เดียวกันจำนวน 4 คน แม่เสียชีวิตแล้วเมื่อ 6-7 ปีก่อน ส่วนพ่อไปมีภรรยาใหม่โดยทิ้งให้ลูก ๆ ทั้ง 4 คนเผชิญชีวิตกันเองโดยไม่เหลียวแล  พี่คนโตเป็นผู้หญิงป่วยเบาหวาน อายุ 19 ปี เร่ร่อนอยู่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช, พี่ชายคนที่ 2 อายุ 17 ปี อาศัยอยู่กับป้าในบ้านเช่าหลังดังกล่าวและปลูกผักสวนครัวนำไปจำหน่ายในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ส่วนคนที่ 3 เด็กชายที่ประสบอุบัติเหตุ อายุ 13 ปี ซ้ำยังป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนคนที่ 4 อายุประมาณ 9-10 ขวบไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน เนื่องจากพ่อได้ยกให้กับคนอื่นไปตั้งแต่ยังแบเบาะ สภาพความเป็นอยู่ ยากไร้แร้นแค้นและเดือดร้อนแสนสาหัส

สำหรับเด็กอายุ 13 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เด็กคนนี้สุดยอดนักสู้ เขาทรหด อดทนสู้ชีวิตอย่างน่าสงสาร ไม่ได้เรียนหนังสื่อและเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ เป็นเด็กที่มีนิสัย สุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและจะปักหลักอยู่แถว รพ.มหาราชนครราชสีมา และหารายได้จากการไปซื้อผักสวนครัวจากตลาดหัวอิฐมาทำเป็นกำ ๆ แบ่งขาย โดยตระเวนขายใน รพ. และตามบ้านเรือนของชาวบ้าน กลางคืนก็จะอาศัยหลับนอนตามซอกตึกหรือใต้ต้นไม้ในบริเวณ รพ.มหาราช เป็นที่ค้นหน้าคุ้นตาของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในละแวกข้างเคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านส่วนใหญ่จะเอ็นดู สงสารช่วยเหลือเด็กน้อยคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง.

โดยทุกหน่วยงาน ทั้งรองผู้ว่าฯ นายอำเภอ, ผอ.รพ.ท่าศาลา, เทศบาลเมืองท่าศาลา ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พม.จ.นครศรีธรรมราช บ้านพักเด็กและครอบครัว และทีมจิตอาสาระดมกำลังลงพื้นที่ดูแลครอบครัวเด็กชาย รวมทั้งจัดการเรื่องไฟฟ้า น้ำประปาในบ้าน รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค และดูแลเรื่องการศึกษาให้เด็กคนนี้ด้วย

เด็กชายคนนี้ ชีวิตช่างแสนรันทดและน่าเวทนา อีจันขอเป็นกำลังใจให้นะคะ


เวทนาเด็กชาย 13 ปี กับชีวิตที่แสนทรหด