“พระเขี้ยวแก้ว” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองศรีลังกา
Phetchan
5 กรกฎาคม 2566

จากข่าวที่ พลายศักดิ์สุรินทร์ ซึ่งถูกส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีนานกว่า 20 ปีที่ประเทศศรีลังกา และทำหน้าที่ช้างอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว ในประเทศศรีลังกา
เปิดภาพ พลายศักดิ์สุรินทร์ กับหน้าที่ของช้างอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วเราจะพามาทำความรู้จักกับ “พระเขี้ยวแก้ว” ซึ่งประดิษฐานพระทันตธาตุ หรือพระเขี้ยวแก้ว
วัดพระเขี้ยวแก้ว ดาลดา มัลลิกาวะ (Dalada Valigawa) ตั้งอยู่ที่เมืองแคนดี เมืองหลวงเก่าของประเทศศรีลังกา เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว พระทันตธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลังกา พระเขี้ยวแก้วเพียงองค์เดียวที่ปรากฏบนโลกมนุษย์โดยมีหลักฐานรองรับความถูก ต้องตรงตามพระคัมภีร์มหาวังศา ด้วยว่าพระทันตธาตุหลังจากการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ และนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 9 พระเขี้ยวแก้วได้ประดิษฐานอยู่บนแผ่นดินแห่งนี้มาโดยตลอด มิเคยถูกนำออกนอกดินแดนเลยตั้งแต่ถูกอัญเชิญมาจากชมพูทวีปโดยเจ้าหญิงเหมมาลาแห่งแคว้นกาลิงคะเมื่อ กว่า 1,700 ปี

สำหรับ “พระเขี้ยวแก้ว” เป็นสมบัติอันล้ำค่าสำหรับชาวพุทธศรีลังกา ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ในปีที่ 9 แห่งรัชสมัยพระเจ้าศิริเมฆวรรณ (โอรสของพระเจ้ามหาเสนะ) คือประมาณปี พ.ศ.913 เจ้าชายทันตกุมาร และเจ้าหญิงเหมชาลา แห่งแคว้นกาลิงคะ ในอินเดีย ได้แอบซ่อนพระธาตุเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นพระเขี้ยวด้านซ้ายของพระพุทธเจ้า หนีไปยังเกาะลังกาตามพระบัญชาของพระบิดาคือ พระเจ้าคุหเสวราช เพราะพระเขี้ยวแก้วนี้เป็นที่ต้องการของเมืองต่างๆ อาจทำให้ก่อเกิดสงคราม และพระเขี้ยวแก้วอาจตกไปอยู่ในมือของฝ่ายศัตรูได้ พระเจ้าคุหเสวราชเห็นว่า เกาะลังกาคู่ควรที่เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วนี้

ชาวลังกามีความเชื่อถือว่า ถ้าฝนแล้ง เจ้าหน้าที่จะอัญเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้วออกแห่เพื่อขอฝนและจะได้สัมฤทธิ์ผลดังปรารถนาจริง ๆ ชาวลังกาเชื่อว่า ถ้าใครได้ครอบครอง พระเขี้ยวแก้ว ก็จะเป็นพระราชาพระมหากษัตริย์ ชาวศรีลังกาถือว่าพระเขี้ยวแก้ว เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกราชและเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นกษัตริย์แห่งลังกาด้วย

ราวเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่สมโภชพระเขี้ยวแก้ว จะมีริ้วขบวนยาวเหยียดนำด้วยช้างที่ตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม มีระบำรำฟ้อน การแสดงพื้นเมืองลังกา และดนตรีพื้นเมืองลังกาบรรเลงแห่งไปรอบเมือง
อ้างอิง : https://www.oceansmile.com/Srilangka/CandyCity.shtml


