ที่แท้ก็เรื่องหึงหวง! พ่อไม่ยอม ลูกสาววิ่งหนีตาย โดนรุมทำร้าย ฟันหลุดเลือดกบปาก

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

27 กันยายน 2568

ที่แท้ก็เรื่องหึงหวง! พ่อไม่ยอม ลูกสาววิ่งหนีตาย โดนรุมทำร้าย ฟันหลุดเลือดกบปาก

ตำรวจ ยัน ตามตัวไม่ยาก!

แก๊งสาวชุดนอน รุมทำร้ายอริ จนฟันหลุด เลือดกบปาก

เหตุเพราะหึงหวง ตีไปแล้ว 1 รอบ ก่อนมารุมซ้ำ

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ChokSupha Chok” โพสต์คลิปวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บถูกรุมทำร้าย วิ่งมาขอความช่วยเหลือในร้านอาหาร จากนั้นมีผู้หญิงอีก 2 คนเดินมาตามบอกให้กลับ แต่น้องผู้หญิงที่บาดเจ็บไม่ยอมไปและร้องไห้ขอให้คนในร้านช่วย

ล่าสุด ทีมข่าวอีจัน ได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดจาก นายสมชาย ฉวีเนตร อายุ 45 ปี พ่อของน้องผู้หญิงที่บาดเจ็บ ทราบว่า คนที่โดนทำร้ายคือลูกสาว ชื่อน้องเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งพ่อทำงานอยู่ กทม. หลังเกิดเหตุลูกสาวโทรมาบอกว่าโดนรุมทำร้ายที่ริมบึงหนองโคตร จ.ขอนแก่น ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าคนที่ทำร้ายนั้น มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงเกือบ 20 คน และฟันหน้าหัก 2 ซี่ ส่วนสาเหตุลูกสาวบอกว่าอีกฝ่ายเกิดความหึงหวง ที่มีผู้ชายที่อีกฝ่ายกำลังคุยด้วย มาคุยกับลูกสาว ซึ่งลูกสาวก็ไม่ได้รู้ว่าผู้ชายมีแฟนอยู่หรือไม่ พออีกฝ่ายมาเจอลูกสาวระหว่างทางก็เข้ามารุมทำร้ายร่างกาย โดยลูกสาวยืนยันว่าไม่ได้ไปยุ่งกับผู้ชายที่อีกฝ่ายคุยอยู่ แต่คาดว่าอีกฝ่ายคงเข้าใจว่าลูกสาวไปยุ่งกับฝ่ายชายจึงหึงหวง คืนเกิดเหตุนั้นลูกสาวขับรถจักรยานยนต์ไปส่งเพื่อน เป็นจังหวะที่อีกฝ่ายผ่านมาเห็นพอดี จึงขับรถจักรยานยนต์ตามลูกสาวไป โดยพาผู้ชายมาด้วยแล้วไปรุมทำร้าย และในคลิปนั้นจะมีผู้ชายยืนอยู่ด้วย ซึ่งลูกสาวยืนยันว่าถูกทำร้ายทั้งชายและหญิง และจำหน้าคนที่ทำร้ายได้ทั้งหมด โดยคนที่ตีหนักสุดชื่อว่ามุก ที่สวมใส่ชุดนอน ตนเองในฐานะพ่อก็อยากให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะนี้แม่ของลูกสาวกำลังเดินทางจากชลบุรีไปหาลูกสาวที่ขอนแก่น เพื่อพาเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บ้านเป็ด แล้ว

ขณะที่ทีมข่าวอีจัน ลงพื้นที่ไปที่เกิดเหตุ ริมบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น และได้พูดคุยกับ นายพงศธร บุญประสิทธิ์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหารที่ช่วยเหลือน้องเอ คนเจ็บ และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกับตำรวจ สภ.บ้านเป็ด มาตรวจสอบช่วยเหลือ

นายพงศธร เล่าให้ทีมข่าวฟังทางโทรศัพท์ว่า ช่วงประมาณ 01.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 2568 ตนเองยังเปิดร้านขายอาหารอยู่ตามปกติ ซึ่งมีลูกค้านั่งรับประทานอยู่ในร้านหลายคน ขณะที่ตนเองนั่งเล่นคุยกันกับเพื่อนๆ พี่ๆ อยู่ในร้าน น้องที่บาดเจ็บวิ่งร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาที่ร้าน โดยทีแรกไม่ได้คิดว่าถูกทำร้าย คิดว่าวิ่งเล่นกับเพื่อน แต่พอเข้ามาถึงในร้านเห็นเลือดออกจากปาก ทุกคนในร้านต่างตกใจกันหมด พร้อมกับมีคู่กรณีที่วิ่งตามน้องมาเป็นผู้หญิง 3 คน มาโวยวายอยู่หน้าร้าน ตนเองจึงบอกกลุ่มที่วิ่งตามมาว่า มีปัญหาอะไรก็ค่อยคุยกัน เพราะที่นี่เป็นร้านอาหาร โดยน้องที่บาดเจ็บร้องไห้พร้อมกับบอกว่าช่วยด้วย หนูไม่ไหวแล้ว ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีจะออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีวัยรุ่นอีกหลายคนยืนอยู่ ตนเองจึงเดินไปดูเห็นเลือดเต็มปาก เนื้อตัวมอมแมม สภาพอ่อนแรง ตนเองจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบช่วยเหลือ ซึ่งเท่าที่ตนเองสอบถามน้องที่บาดเจ็บนั้น เล่าให้ฟังว่าโดนรุมทำร้ายอยู่อีกฝั่ง แล้ววิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือ และบอกอีกว่าคนที่รุมทำร้ายมีประมาณ 20 คน และน้องบอกอีกว่าคนที่ทำร้ายนั้นรู้จักกัน เคยเรียนด้วยกันมา แต่ทะเลาะกัน โดยเมื่อวานได้มีการเคลียร์ใจกันไปแล้วรอบหนึ่ง และเคลียร์กันจบแล้ว โดยมีการทะเลาะวิวาทตีไปแล้วรอบหนึ่ง พอมาเมื่อคืนอีกฝ่ายไม่ยอมจบ ตามมาตีอีกรอบ แต่ไม่ทราบรายละเอียดลึกๆ ว่าต้นสายปลายเหตุมายังไง เพราะน้องที่บาดเจ็บอาการหนัก โดยเฉพาะช่องปากฟันหน้าหักหมด ปวดกราม ปวดศีรษะจากการโดนจับศีรษะฟาดพื้น และบอบช้ำทั้งตัว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาน้องไปรักษาที่โรงพยาบาล

ในส่วนของคดีนั้น พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด เผยว่า ขณะที่ทางผู้บาดเจ็บยังไม่ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในการดำเนินการทางกฎหมาย แต่ในเบื้องต้นนั้นจากการตรวจสอบกับเจ้าของร้านที่ให้การช่วยเหลือ ได้ข้อมูลว่าผู้บาดเจ็บรอทางพ่อแม่ซึ่งอยู่ กทม. เดินทางกลับมาและจะพาเข้าแจ้งความ ทั้งนี้หากผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความแล้วก็จะสามารถติดตามตัวคนที่ทำร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายในส่วนความผิดที่เกี่ยวข้องได้ และกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีคลิปหลักฐานขณะเกิดเหตุและทั้งสองฝ่ายจะต้องรู้จักกัน คาดว่าจะสามารถติดตามตัวได้อย่างรวดเร็วทันทีที่ผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ