พ่อเข่าทรุด! รู้ข่าวเรือลูกโดนยิง เผยนาทีเฉียดตาย  

ไนซ์ อีจัน

ไนซ์ อีจัน

13 มีนาคม 2569

พ่อเข่าทรุด! รู้ข่าวเรือลูกโดนยิง เผยนาทีเฉียดตาย  

จากกรณีเรือขนส่งสินค้า มยุรีนารี ถูกยิงช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ลูกเรือ 20 คนต้องรีบหนีตายออกมา เหลือลูกเรืออีก 3 ราย ที่ตอนนี้ยังติดค้างอยู่

“เรือสินค้าติดธงไทย” ถูกยิงกลางทะเลอาหรับ หลังผ่าน “ฮอร์มุซ” เสียการควบคุม เร่งช่วย 23 ลูกเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ระทึกขวัญ เรือขนส่งสินค้า “มยุรี นารี) เรือขนส่งสัญชาติไทยถูกโจมตีและถูกยิงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ลูกเรือต้องพากันหนีตายเอาชีวิตรอด โดยหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้คือ นายชัยวัฒน์ หรือ “เอเปค” อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี หลังจากหนีตายรอดออกมาได้ นายเอเปคได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “พักผ่อนนะแม่ ถึงเวลาพักของแม่แล้ว ไม่อยากให้แม่ไปสภาพแบบนี้เลย ขอให้คนที่เหลือปลอดภัยนะ” ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและเป็นห่วงแก่ญาติพี่น้องและผู้ที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก

ล่าสุดวันนี้ 13 มีนาคม 69 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งใน จ.อุดรธานี เพื่อพูดคุยกับ นายประเสริฐศักดิ์ สิทธนู อายุ 49 ปี พ่อของนายเอเปค ซึ่งมีอาชีพรับเหมาทำกระจก โดยคุณพ่อได้เปิดใจถึงวินาทีบีบหัวใจว่า ตนย้ายมาตั้งรกรากที่อุดรธานีกว่า 20 ปีแล้ว เอเปค เป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 6 คน ก่อนหน้านี้ลูกชายก็เป็นช่างเชื่อมช่วยพ่อทำงานกระจกอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งเมื่อ 6-7 เดือนก่อน น้าชายได้แนะนำให้ไปเรียนเพื่อเตรียมลงเรือสินค้า ตอนแรกลูกชายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและเป็นห่วงพ่อกลัวไม่มีเงินส่งเรียน แต่ตนก็ให้ความมั่นใจและบอกลูกว่า “ไปเรียนเถอะลูก เพื่ออนาคต ค่าใช้จ่ายแค่ไหนพ่อกับแม่พร้อมจะหามาให้” เมื่อช่วงกลางปี 2568 เอเปคเรียนจบและเตรียมตัวลงเรือ ทางครอบครัวได้ทำพิธีผูกข้อต่อแขนเพื่อเป็นสิริมงคลและให้กำลังใจลูกชาย

นายประเสริฐศักดิ์ เล่าต่อถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (11 มี.ค.) ว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถไปทำงานและได้ทราบข่าวว่าเรือของลูกชายถูกยิง วินาทีนั้นรู้สึกตกใจสุดขีดจนเข่าแทบทรุด ไม่สามารถขับรถต่อไปได้น้ำตาก็ไหลเป็นห่วงลูกชาย “แต่หลังจากนั้นไม่นาน ลูกก็โทรศัพท์ติดต่อกลับมาบอกว่า “ปลอดภัยแล้วนะครับพ่อกับแม่” ตอนนั้นผมโล่งใจเป็นอย่างมาก หัวอกคนเป็นพ่อพอเห็นลูกปลอดภัยก็ดีใจ พูดไปน้ำตาก็จะไหลไป

นอกจากนี้ คุณพ่อยังเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์ว่า ก่อนที่ลูกชายจะเดินทางไปทำงานบนเรือ ตนได้มอบ “เหรียญผงพระธาตุพนม ปี 2518” ให้ลูกห้อยคอติดตัวไว้ตลอดเวลา ซึ่งเอเปคได้เล่าเหตุการณ์เฉียดตายให้พ่อกับแม่ฟังว่า ตนเองเพิ่งเดินขึ้นมาจากห้องเครื่องได้เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ซึ่งคุณพ่อเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์และบารมีของเหรียญพระธาตุพนมที่ช่วยคุ้มครองให้ลูกชายแคล้วคลาดปลอดภัย ลูกไปทำงานไกลห่างไกลบ้านพ่อและแม่ก็เป็นห่วง รักลูกชายคนนี้มาก เขาคลอดออกมาช่วงในท้อง 5 เดือนเป็นแต่เด็กไม่สมบูรณ์โตมาถึงขนาดนี้รักลูกชายคนนี้มากและขยันทำงานช่วยพ่อและแม่ภูมิใจกับลูกชายคนนี้ไป

หลังจากนั้นทางด้านของคุณพ่อ ได้ฝากถึงเอเปคลูกชาย อยากจะบอกว่า “คิดถึงลูกชายมาก” จากนี้ไปพ่อกับแม่ก็ตั้งตารอคอยให้ลูกเดินทางกลับบ้าน ตอนนี้ครอบครัวยังคงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขอแค่รู้ว่าลูกปลอดภัย พ่อกับแม่ก็ดีใจที่สุดแล้ว” นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย