รวบแก๊งค้าปืนเถื่อนออนไลน์ คาปั๊มน้ำมัน จ.ขอนแก่น
อีจัน อ้วน
12 มีนาคม 2569

รวบคาที่! แก๊งค้าปืนเถื่อนออนไลน์ ค้นถิ่นเจอของกลางเป็นคลังแสง
วันนี้(12 มี.ค.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงได้แฝงตัวเข้ากลุ่มดังกล่าว ต่อมาพบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บุตรชาย นายพล” โพสต์ประกาศขายอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อเพื่อล่อซื้ออาวุธปืนสั้น โดยตกลงราคากันที่ 12,000 บาท และได้นัดหมายส่งมอบสินค้ากัน



ต่อมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 มี.ค.69 พ.ต.ท.ธเนตร กาละกุล สว.กก.2 บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโดของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.4 โดยวางกำลังรอบจุดนัดหมาย บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.ขอนแก่น
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ขับขี่เข้ามาเพื่อส่งมอบอาวุธปืนตามที่ได้นัดหมายกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่สายลับได้ส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มตัวอยู่จึงได้เข้าสกัดและแสดงตัวเข้าปิดล้อมเพื่อตรวจค้น สามารถควบคุมตัวชายไว้ได้ 2 ราย ในขณะเดียวกัน ได้มีชายอีก 1 ราย พยายามวิ่งหนี และโยนอาวุธปืนของกลางทิ้งไว้หลังพุ่มไม้ใกล้ร้านกาแฟภายในปั้มน้ำมันที่เกิดเหตุ แต่สุดท้ายตำรวจไล่กวดจนถูกจับกุมตัวได้ พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนสั้นดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด


จากการตรวจค้นสามารถจับกุมชาย จำนวน 3 ราย ทราบชื่อ นายธวัชชัย อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับรถนำอาวุธปืนมาส่งให้เจ้าหน้าที่สายลับ โดยมี นายธนภัทร อายุ 41 ปี และ นายอภิสิทธิ์ อายุ 26 ปี นั่งมาในรถด้วย เพื่อคอยทำหน้าที่ดูต้นทางและเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ขณะส่งมอบอาวุธปืน
เบื้องต้น นายธวัชชัย รับสารภาพว่า ตนเองได้สั่งซื้ออาวุธปืนมาจากเว็บไซต์ออนไลน์ ในราคา 6,700 บาท จากนั้นมาขายต่อให้ลูกค้าผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ซึ่งทำมานานเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว โดยมี นายธนภัทร และ นายอภิสิทธิ์ คอยช่วยทำหน้าที่เฝ้าระวังดูต้นทาง และคอยส่งสัญญาณเตือน เผื่อมีเจ้าหน้าที่พยายามเข้าจับกุมในระหว่างซื้อขายอาวุธปืน
จากการขยายผลทำให้พบหลักฐานว่า นายธวัชชัย ยังมีอาวุธปืนอีกหลายชนิดที่เคยโพสต์โฆษณาลงในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงคุมตัว นายธวัชชัยฯ ไปตรวจค้นห้องพักในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นห้องพักของนายธวัชชัยเองพบอาวุธปืนเพิ่มเติมอีกหลายรายการ ได้แก่ อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก, อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นดัดแปลงไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบหักลำ ขนาด 12 เกท จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนยาว ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวมกว่า 150 นัด

จึงดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหา “ร่วมกันพยายามจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต”, “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งขยายผลไปยังแหล่งที่มาของอาวุธปืนดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป