มะเร็งจิสต์ VS มะเร็งกระเพาะอาหาร เเตกต่างกันยังไง?
พอลลี่ อีจัน
9 มีนาคม 2569

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นนะคะ! เรื่องของมะเร็งมันอันตรายกว่าที่คิดไว้
วันนี้(9 มี.ค.69) รศ.นพ.ม.ล.พันธ์ุภัทร์ จักรพันธุ์ อาจารย์หน่วยศัลยศาสตร์ คณะเเพทยศาสตร์ มช. ได้ออกมาเเชร์เกี่ยวกับ โรคมะเร็งจิสต์ (GIST) เเละ มะเร็งระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเดี๋ยววันนี้เรามาทำความรู้จักกัน
โรคมะเร็งจิสต์ หรือ GIST (Gastrointestinal Stromal Tumor) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร แม้จะพบได้น้อยเมื่อเทียบกับมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ทั่วไป แต่ก็เป็นโรคที่ควรทำความเข้าใจ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะตัวทั้งในด้านการเกิดโรค การดำเนินโรค และการรักษา

ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่า มะเร็งจิสต์แตกต่างจากมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไปอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญของมะเร็งจิสต์คือ แหล่งกำเนิดของเซลล์มะเร็ง
มะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไปมักเกิดจาก ชั้นเยื่อบุผิวด้านใน ของกระเพาะอาหาร และมีการลุกลามแบบแทรกซึมไปตามผนังอวัยวะ
ในขณะที่มะเร็งจิสต์เกิดจาก เซลล์ในชั้นกล้ามเนื้อของผนังทางเดินอาหาร ทำให้ก้อนเนื้องอกมักโตได้ทั้งด้านในและด้านนอกผนังลำไส้ ลักษณะการกระจายตัวจึงแตกต่างจากมะเร็งชนิดอื่นอย่างชัดเจน
สาเหตุของการเกิดโรค ก็ง่ายๆก็คือ มะเร็งจิสต์เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณควบคุมการทำงานของผนังลำไส้ โดยพบความผิดปกติของยีนบางชนิด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าปัจจัยใดกระตุ้นให้เกิดความผิดปกตินี้ เเถมมะเร็งจิสต์เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างน้อย ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์ประมาณ 2 รายต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี จัดเป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อย เเละที่สำคัญคือ โรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุระหว่าง 65–70 ปี และพบได้น้อยในคนอายุน้อย


มะเร็งจิสต์มักมีอาการน้อยในระยะแรก เมื่อเทียบกับมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไป อาการที่อาจพบได้ ได้แก่
-เลือดออกในทางเดินอาหาร
-รับประทานอาหารได้น้อยลง
-อิ่มเร็วผิดปกติ
-คลำพบก้อนบริเวณหน้าท้อง
ในบางรายอาจไม่มีอาการและตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ
*** ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางการตรวจคัดกรองมาตรฐาน สำหรับประชาชนทั่วไป เพราะโรคนี้พบได้น้อยมาก
ส่วนเรื่องของการตรวจมะเร็งจิสต์มักอาศัยการตรวจหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร , การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร , การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจยืนยันการวินิจฉัย เเต่ถ้าหากใครที่เป็นเเล้วนะคะ มันมีการรักษาเเต่ก็ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ขนาดก้อน และการแพร่กระจายด้วย
-ก้อนขนาดเล็ก อาจรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องทางเดินอาหาร หรือการผ่าตัดส่องกล้องในช่องท้อง
– ก้อนขนาดใหญ่ มักต้องผ่าตัดแบบเปิด เเต่หากมีการลุกลามหรือแพร่กระจาย อาจรักษาด้วย ยามุ่งเป้า ซึ่งเป็นยาต้านตัวรับที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีนในเซลล์มะเร็ง
โดยทั่วไป มะเร็งจิสต์มีแนวโน้มการรักษาที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไป เเต่ถ้ายังไม่มีการแพร่กระจาย และสามารถผ่าตัดออกได้หมด โอกาสรอดชีวิตที่ 5 ปีอาจสูงถึง ประมาณ 90% เเต่อีกมุมหนึ่งก็คือถ้ามีการแพร่กระจายแล้ว อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีจะลดลงเหลือประมาณ 50% ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออกได้ทั้งหมด
ส่วนเรื่องความเสี่ยงที่จะกลับเป็นซ้ำขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดของก้อน , อัตราการแบ่งตัวของเซลล์ , อวัยวะต้นกำเนิดของก้อนมะเร็ง ผู้ป่วยกลุ่มความเสี่ยงต่ำมีโอกาสกลับเป็นซ้ำน้อยกว่า 5% แต่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง อาจมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ถึง 40–60%
ถ้ารักษาได้หายขาด ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือการออกกำลังกายมีผลต่อการหายขาดหรือการกลับเป็นซ้ำโดยตรง และยังไม่มีข้อห้ามเฉพาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งจิสต์
ย้ำอีกครั้งว่า มะเร็งจิสต์เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อย แต่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วไปอย่างชัดเจน แม้ในระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการผ่าตัดเอาก้อนออกได้หมด โอกาสการรักษาให้หายขาดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
อย่าลืมดูเเลสุขภาพกันด้วยนะคะ อีจันเป็นห่วงทุกคนเลย